การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโค้กอิฐ-โค้กใน
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโค้กอิฐ-โค้กใน
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   62   ม.2   ต.พร่อน   อ.ตากใบ   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ -
1.4 ผู้ติดต่อ   นางหมง ทองเครือ
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   086-2901322
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

3. ประเภทของกิจการ   วิสาหกิจชุมชน
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบและผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น
5. ประวัติกิจการ   ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักคือทำนา พันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกส่วนใหญ่จะเป็นหอมกระดังงา ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของ จ.นราธิวาส อีกพันธุ์ก็คือพันทะนาน ภาษามาเลย์เขาเรียกซีบูกาแต เป็นข้าวที่ให้ผลผลิตสูง นอกนั้นจะเป็นพวก กข ที่เจ้าหน้าที่เข้ามาส่งเสริม แต่ผลผลิตก็สู้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นดินเปรี้ยว เหมาะกับข้าวพันธุ์พื้นเมือง ทำให้เติบโตได้ดีและให้ผลผลิตสูง" แม้ว่าหอมกระดังงาจะเป็นข้าวที่ทำรายได้หลักให้แก่ชาวบ้านในตำบลพร่อน แต่ผลผลิตต่อไร่ไม่สูงนัก เฉลี่ยอยู่ที่ 300-450 กิโลกรัมต่อไร่ เนื่องจากสภาพปัญหาดินเปรี้ยว แต่หลังจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวตามแนวพระราชดำริ จึงได้นำมาขยายผลในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันผลผลิตข้าวหอมกระดังงาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 650-700 กิโลกรัมต่อไร่ ถึงแม้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่คุ้มทุน เนื่องจากราคาไม่ดี หากจำหน่ายในรูปของข้าวเปลือกหรือข้าวสาร อีกทั้งผลผลิตก็มีไม่มากพอเมื่อเทียบกับข้าวพันธุ์อื่นๆ ทำให้ชาวบ้านช่วยกันคิดหาทางเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นข้าวซ้อมมือบรรจุถุง ซึ่งนอกจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว สมาชิกไม่ต้องหาตลาดเองด้วย โดยผลผลิตข้าวทั้งหมดจะจำหน่ายให้แก่กลุ่มในราคาตามที่สมาชิกได้ตกลงกันเพื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวซ้อมมือบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป ปัจจุบันทางกลุ่มรับซื้อข้าวเปลือกหอมกระดังงาจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกในราคากิโลกรัม 14 บาทเพื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวซ้อมมือบรรจุถุง ตราสัญลักษณ์ข้าวซ้อมมือหอมกระดังงา ฝีมือกลุ่มแม่บ้านโคกอิฐ-โคกใน โดยจะจำหน่ายถุงละ 45 บาท ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

- ใช้วัตถุดิบที่มีการผลิตในพื้นที่ของชุมชนเป็นสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีจุดเด่นเฉพาะตัวสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
- เป็นพันธุ์ข้าวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ข้าวกล้องเมื่อหุงสุกนุ่มเล็กน้อย ส่วนข้าวซ้อมมือเมื่อหุงสุกมีความนุ่ม มีปริมาณธาตุแคลเซียมในข้าวกล้องสูงกว่าข้าวพันธุ์/สายพันธุ์อื่น และมีปริมาณไฟเตทต่ำกว่าข้าวหลายพันธุ์/สายพันธุ์
- อุดมไปด้วยวิตามินอี, วิตามินบี 1 และมีสารกาบา (GABA) 27.25 การรับประทานข้าวหอมกระดังงาเป็นประจำ จะช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย การทำงานของระบบประสาทและหัวใจมีประสิทธิภาพป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ และช่วยควบคุมน้ำหนัก หากรับประทานในแบบข้าวกล้อง ข้าวหอมกระดังงาจะให้แคลเซียม และธาตุเหล็กสูง ปริมาณสังกะสีมากหากรับประทานในแบบข้าวกล้องงอก (สำนักงานเกษตรอำเภอตากใบจังหวัดนราธิวาส .2562)
- ผู้ประกอบการมีความรู้และความชำนาญในการผลิตสินค้าเป็นอย่างดีเนื่องจากได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีการผลิตจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

6.2 W-WEAKNESS

- ผู้ประกอบการเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบการจัดการที่ดีและขาดวิทยาการสมัยใหม่ที่เหมาะสมขาดความเชื่อมั่นระบบการผลิต ขาดคุณภาพการผลิตมาตรฐานอาหารปลอดภัย (Food Safety)ต้นทุนการผลิตสูง
- ผู้ประกอบการยังขาดการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ขาดการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ขาดการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์
- ผู้ประกอบการขาดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขาดการพัฒนา ตราสัญลักษณ์
- ผู้ประกอบการขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบ การส่งออก
- เทคโนโลยีในการผลิตสินค้าต่ำ จึงขยายกำลังการผลิตเพื่อผลิตสินค้าจำนวนมากได้ยาก
- สินค้า OTOP มีการผลิตที่ซ้ำและเลียนแบบกัน

6.3 O-OPPORTUNITY

- ประเทศไทยได้รับมอบหมายในการจัด ทำ Road map ทางด้านการท่องเที่ยวและ การบิน อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
- พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียน นิยมสินค้าของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่เน้นสุขภาพ การเลือกซื้อผู้บริโภคจะคำนึงถึงประโยชน์ของสินค้าต่อสุขภาพ มีความใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP จึงต้องปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้า OTOP ประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย การแสดงฉลากเกี่ยวกับอายุของสินค้า การใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย

6.4 T-THREAT

- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมีแผนของตนเองขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ
- แหล่งเงินทุนภายในประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการสินค้า OTOP

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าวหอมกระดังงาที่เป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดนราธิวาส
- เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้เสริม ให้กับชาวบ้านในชุมชน
 

7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- ยกระดับข้าวซ้อมมือข้าวหอมกระดังงาให้เป็นอาหารฮาลาลสำหรับผู้บริโภค
- เชื่อมโยงการผลิตชุมชนไปสู่การตลาดระดับชุมชน จังหวัด และประเทศ

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- กลุ่มคนทั่วไป

- กลุ่มข้าราชการ

- กลุ่มนักเรียนนักศึกษา

8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- ข้าวซ้อมมือที่มีรสชาติอร่อยและใช้วัตถุดิบจากชุมชนผ่านกรรมวิธีในการแปลรูปตาม ภูมิปัญญาของชาวบ้าน

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ชิ้น) ขายส่ง (บ./ชิ้น)
1.ข้าวซ้อมมือแบบถุงซิปล็อค 50-60 บาท/ก.ก. 1.ข้าวซ้อมมือแบบถุงซิปล็อค
2.ข้าวซ้อมมือแบบถุงธรรมดา 50 บาท / ก.ก. 2.ข้าวซ้อมมือแบบถุงธรรมดา
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- หน้าร้าน

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (social media) ของหน่วยงานราชการ

- ปากต่อปาก

8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- เชื่อมโยงการขายกับผู้ประกอบการร้านค้าทั้งในระดับชุมชน จังหวัด และประเทศ

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
1. ข้าวเปลือก 120 กิโลกรัม 6,000 บาท
2. ค่าแรง 300 ต่อคน 3 คน 900 บาท
3. ค่าส่ง - 100 บาท
10. ต้นทุนและกำไร

- ต้นทุนทั้งเดือน        4,800  บาท

11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ

2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม

4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

1. จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การควบคุมเครื่องจักรสีข้าว การควบคุมคุณภาพข้าวเปลือก เป็นต้น
2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว

- เกษตรกรจังหวัด

- สำนักงานอุตสาหกรรม

13.2 ประเด็นของด้าน

- กระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว

ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ