การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มกระจูดบ้านโคกพะยอม
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มกระจูดบ้านโคกพะยอม
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   50/1   ม.2   ต.โคกเคียน   อ.เมือง   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ 96000
1.4 ผู้ติดต่อ   คุณเจี๊ยะเซาะ แวฮูรู
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   081-0922446, 080-7287653, 0810510210
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

3. ประเภทของกิจการ   เป็นกิจการกลุ่มโอทอป
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   ประเภทของผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมจักสานประเภทของใช้และของตกแต่งบ้านที่ผลิตจากกระจูด
5. ประวัติกิจการ   กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจูด เริ่มตั้งกลุ่มเมื่อ ปี พศ. 2543 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรม ประชาสงเคราะห์ กรมแรงงานและสวัสดิการสังคม การท่องเที่ยว พาณิชย์จังหวัด และอบต.โคกเคียน โดยสถานที่ตั้งกลุ่มเป็นสถานที่ของศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีสมาชิกจากครอบครัวคนในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง จะมาเรียนรู้ดำเนินการผลิตร่วมกัน ณ ศูนย์ศิลปาชีพของหมู่บ้าน แต่จะมีชาวบ้านบางส่วนที่นำงานที่ได้รับมอบหมายไปดำเนินการที่บ้านของตนเอง
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

- ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีลวดลายและสีสันที่หลากหลาย มีทั้งการใช้คู่สีตรงข้าม เช่น เขียว-แดง , การใช้คู่สีแบบควบคุมโทนสี, มีเอกลักษณ์ของลายที่มาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่ปรากฏให้เห็นในผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดนราธิวาส คือมีเชิงของลายบริเวณขอบชิ้นงาน ในงาน 1 ชิ้นมีการสลับลายมากกว่า 2 ลาย เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดอื่นๆ
- สมาชิกของกลุ่มเป็นแม่บ้านในชุมชนที่ว่างเว้นจากการทำอาชีพหลักอย่างอื่น ซึ่งบางคนก็ยึดการสานกระจูดเป็นอาชีพหลักอีกด้วย ทำให้มีเวลาในการผลิตงานได้อย่างเต็มที่ มีกำหนดเวลาในการทำงานค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากภาระการเลี้ยงดูลูกๆ ที่เล่าเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งสามารถนำงานกลับไปทำในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเองได้ เหมาะกับลักษณะของการผลิตชิ้นงานที่มีหลากหลายขนาดและใช้พื้นที่กว้างขวางในการทำงานได้ 

6.2 W-WEAKNESS

- มีต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิตสูงเนื่องจากต้องซื้อกระจูด ซึ่งรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนเดียวกัน โดยเป็นกระจูดที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำหน่ายเป็นมัดๆ ละ 100 บาท เป็นกระจูดที่ผ่านการหมักโคลนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ย้อมสี เมื่อย้อมสีตามแบบที่ต้องการแล้วจึงนำมาจักสานขึ้นรูปได้ กระจูด 1 มัดสามารถสานกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ และใบเล็กได้อีก 1 ใบ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของกระจูดในกระเป๋าแต่ละใบอยู่ที่ประมาณ 50 บาท 
- วัตถุดิบมีไม่เพียงพอในการผลิต เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นกระจูด (เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ) กำลังมีปริมาณต้นกระจูดลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตชิ้นงานในบางช่วง อีกทั้งภาคใต้มีช่วงฝนตกที่ค่อนข้างนานหลายเดือน
- ขาดทักษะเฉพาะกลุ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ถึงแม้ลวดลายจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส แต่รูปแบบ รูปทรง ของผลิตภัณฑ์ยังไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นรูปแบบ รูปทรง ที่พบเห็นได้ทั่วไปในจังหวัดนราธิวาส หรือในจังหวัดอื่นๆ มีการผสมผสานงานผ้าและงานหนัง (เทียม) แต่ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น เนื่องจากการขาดแรงงานที่มีฝีมือ
- ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีตราสินค้า ไม่มีตลาดที่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ สาเหตุหลักเนื่องจากการขาดทักษะและแนวคิดในเชิงธุรกิจ
   โดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายพาณิชย์อิเล็ก-ทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ช (e-commerce) ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของต่างประเทศที่พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างต้องให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ช เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นและสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น (Moertini, 2012) เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง การเปิดเสรีทางการค้าทำให้วิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าจากต่าง-ประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในท้องถิ่นหรือในประเทศที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้นแต่ OTOP ยังขาดความรู้ความสามารถด้านการตลาดในวงกว้างโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ สินค้าหรือบริการที่มีความเป็นนวัตกรรมมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการลอกเลียนแบบกัน ที่จะสามารถเรียกว่าเป็นสินค้า OTOP จริงๆ ก็มักจะเป็น “มรดก” เก่าแก่ดั้งเดิมของท้องถิ่นที่เอามาปรับประยุกต์บ้างเล็กน้อย เพราะจะเกิดนวัตกรรมได้ก็ต่อเมื่อมี “การเรียนรู้” ไม่ใช่ “การเลียนแบบ” (พงศ์พิศดอทคอม,2555 อ้างถึงใน ธันยมัย เจียรกุล. 2557)

6.3 O-OPPORTUNITY

- ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น กลุ่มสหกรณ์ หน่วยงานพัฒนาชุมชน และพาณิชย์จังหวัด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งในด้านของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตบรรจุภัณฑ์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า  
- ตลาดงาน Craft กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล มีการนำประเด็นเหล่านี้มาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยด้วยการนำเทคนิควิธีการ หรือความเชี่ยวชาญทักษะงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์จากอดีต มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการผสมผสานเทคนิควิธีใหม่หรือรูปแบบรูปทรงที่ผ่านการตัดทอนรายละเอียด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) ความเก่าจึงมีเสน่ห์สำหรับกลุ่มดังกล่าว เพราะเสน่ห์ของงาน Craft ที่ผสมผสานแนวคิดวัฒนธรรมและการออกแบบสมัยใหม่ ทำให้เกิดความสงสัยถึงที่มาที่ไป ความสวยงามของวัสดุในชุมชนนั้นๆ มาใช้ สามารถทำให้ผลงานถูกใจในวงกว้างและไปได้ไกลในระดับสากล โดยมีสิ่งที่จำเป็นคือเน้นการใช้งานที่สะดวกสบายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ตรงตามความต้องการ
   "การผลิตแบบเฉพาะและผลิตแบบจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จริงๆ แล้วมันคืออนาคต" (Chris Anerson. 2562 :3)

6.4 T-THREAT

- สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการผลิต เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกชุกมาก ทำให้ไม่สามารถนำกระจูดตากแดดได้ หากกระจูดไม่แห้งสนิทก่อนนำมาแปรรูปส่งผลให้มีราขึ้นได้

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่มฯ  

 

7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูดด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากกระจูดเพื่อจัดจำหน่าย

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่ของกลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทย และลูกค้าจากประเทศมาเลเซีย

8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- ผลิตภัณฑ์ที่มียอดการจัดจำหน่ายสูง ได้แก่ กระเป๋ากระจูด เสื่อกระจูด ตะกร้ากระจูด ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ทั่วไป ได้แก่ ซองเอกสาร กล่องทิชชู ตูมู กระติ๊บ เป็นต้น

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ใบ) ขายส่ง (บ./ใบ)
1. กระเป๋าบุผ้า 550 500
2. เสื่อ 1,500 1,200
3. ตะกร้า 350 300
4. กระบุง 150 100
5. กระเป๋า2ชั้น 350 300
6. ซองแว่นตา 70 50
7. ตูมู 200 150
8. กล่อง 200 150
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- ส่งผลิตภัณฑ์จำหน่ายร้านภูฟ้าและศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดาเป็นหลัก ทำให้กลุ่มฯ มีรายได้ที่แน่นอน

- การออกงานประจำปี งานโอทอป และบูธต่างๆ ซึ่งถือเป็นการไปแสดงสินค้า ทำให้สามารถขายสินค้าได้จำนวนมากขึ้น

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- หากลูกค้าซื้อสินค้าในราคา 1,000 บาทขึ้นไป กลุ่มฯ จะลดราคาขายลงหรือให้ของแถม เป็นต้น

- หากลูกค้าซื้อสินค้าในปริมาณมาก กลุ่มฯ ให้บริการส่งสินค้าฟรี

8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลุ่มฯ ได้มีการออกแบบลวดลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นประจำท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทางกลุ่มฯ ยังได้พัฒนามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพในระดับ 5 ดาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเรื่องราว (story telling) เป็นเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าและความประทับใจให้แก่ลูกค้า

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
1. - - -
10. ต้นทุนและกำไร

- ต้นทุนทั้งเดือน 82,500  บาท

11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ

- รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

- ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม

- จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

- พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น

- สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว

- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

- กรมการพัฒนาชุมชน

- ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม

- กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

13.2 ประเด็นของด้าน

- สนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างอาคารการผลิต

- การออกแบบและแปรรูปผลิตภัณฑ์

- การออกแบบบรรจุภัณฑ์

ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ