การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มกระจูดบ้านฮูแตทูวอ
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มกระจูดบ้านฮูแตทูวอ
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   126/43   ม.4   ต.โคกเคียน   อ.เมือง   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ 96000
1.4 ผู้ติดต่อ   คุณอามีเน๊าะ สาและ
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   089-8784048
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

3. ประเภทของกิจการ   เป็นกิจการกลุ่มโอทอป
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   หัตถกรรมจักสานของใช้และของตกแต่งบ้านที่ผลิตจากกระจูด
5. ประวัติกิจการ   กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจูด เริ่มตั้งกลุ่มเมื่อ ปี พศ. 2546 ด้วยสมาชิกเริ่มต้นจำนวน 10 คน ระยะแรกสมาชิกกลุ่มฯ ได้ช่วยกันระดมความคิดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบต่างๆ และหลากหลาย ทั้งนี้ การตั้งกลุ่มฯ ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสมาชิกช่วงเริ่มต้น คนละ 50 บาท และกลุ่มสหกรณ์ให้ทุนสนับสนุนเริ่มต้นเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท เพื่อพัฒนากลุ่มฯ ในด้านต่างๆ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มฯ 25 คน
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง

1.1) ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีลวดลายและสีสันที่หลากหลาย มีทั้งการใช้คู่สีตรงข้าม เช่น เขียว-แดง , การใช้คู่สีแบบควบคุมโทนสี, มีเอกลักษณ์ของลายที่มาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่ปรากฏให้เห็นในผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดนราธิวาส คือมีเชิงของลายบริเวณขอบชิ้นงาน ในงาน 1 ชิ้นมีการสลับลายมากกว่า 2 ลาย เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดอื่นๆ

1.2) สมาชิกของกลุ่มเป็นแม่บ้านในชุมชนที่ว่างเว้นจากการทำอาชีพหลักอย่างอื่น ซึ่งบางคนก็ยึดการสานกระจูดเป็นอาชีพหลักอีกด้วย ทำให้มีเวลาในการผลิตงานได้อย่างเต็มที่ มีกำหนดเวลาในการทำงานค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากภาระการเลี้ยงดูลูกๆ ที่เล่าเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งสามารถนำงานกลับไปทำในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเองได้ เหมาะกับลักษณะของการผลิตชิ้นงานที่มีหลากหลายขนาดและใช้พื้นที่กว้างขวางในการทำงานได้

6.2 W-WEAKNESS

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง

2.1) มีต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิตสูงเนื่องจากต้องซื้อกระจูด ซึ่งรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนเดียวกัน โดยเป็นกระจูดที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำหน่ายเป็นมัดๆ ละ 100 บาท เป็นกระจูดที่ผ่านการหมักโคลนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ย้อมสี เมื่อย้อมสีตามแบบที่ต้องการแล้วจึงนำมาจักสานขึ้นรูปได้ กระจูด 1 มัดสามารถสานกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ และใบเล็กได้อีก 1 ใบ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของกระจูดในกระเป๋าแต่ละใบอยู่ที่ประมาณ 50 บาท

2.2) วัตถุดิบมีไม่เพียงพอในการผลิต เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นกระจูด (เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ) กำลังมีปริมาณต้นกระจูดลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตชิ้นงานในบางช่วง อีกทั้งภาคใต้มีช่วงฝนตกที่ค่อนข้างนานหลายเดือน

2.3) ขาดทักษะเฉพาะกลุ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ถึงแม้ลวดลายจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส แต่รูปแบบ รูปทรง ของผลิตภัณฑ์ยังไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นรูปแบบ รูปทรง ที่พบเห็นได้ทั่วไปในจังหวัดนราธิวาส หรือในจังหวัดอื่นๆ มีการผสมผสานงานผ้าและงานหนัง (เทียม) แต่ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น เนื่องจากการขาดแรงงานที่มีฝีมือ

2.4) ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีตราสินค้า ไม่มีตลาดที่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ สาเหตุหลักเนื่องจากการขาดทักษะและแนวคิดในเชิงธุรกิจ

โดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายพาณิชย์อิเล็ก-ทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ช (e-commerce) ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของต่างประเทศที่พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างต้องให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ช เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นและสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น (Moertini, 2012) เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง การเปิดเสรีทางการค้าทำให้วิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าจากต่าง-ประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในท้องถิ่นหรือในประเทศที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้นแต่ OTOP ยังขาดความรู้ความสามารถด้านการตลาดในวงกว้างโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ สินค้าหรือบริการที่มีความเป็นนวัตกรรมมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการลอกเลียนแบบกัน ที่จะสามารถเรียกว่าเป็นสินค้า OTOP จริงๆ ก็มักจะเป็น “มรดก” เก่าแก่ดั้งเดิมของท้องถิ่นที่เอามาปรับประยุกต์บ้างเล็กน้อย เพราะจะเกิดนวัตกรรมได้ก็ต่อเมื่อมี “การเรียนรู้” ไม่ใช่ “การเลียนแบบ” (พงศ์พิศดอทคอม,2555 อ้างถึงใน ธันยมัย เจียรกุล. 2557)

6.3 O-OPPORTUNITY

ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโตต่อไปในอนาคต

3.1) ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น กลุ่มสหกรณ์ หน่วยงานพัฒนาชุมชน และพาณิชย์จังหวัด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งในด้านของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตบรรจุภัณฑ์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า

3.2) ตลาดงาน Craft กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล มีการนำประเด็นเหล่านี้มาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยด้วยการนำเทคนิควิธีการ หรือความเชี่ยวชาญทักษะงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์จากอดีต มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการผสมผสานเทคนิควิธีใหม่หรือรูปแบบรูปทรงที่ผ่านการตัดทอนรายละเอียด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) ความเก่าจึงมีเสน่ห์สำหรับกลุ่มดังกล่าว เพราะเสน่ห์ของงาน Craft ที่ผสมผสานแนวคิดวัฒนธรรมและการออกแบบสมัยใหม่ ทำให้เกิดความสงสัยถึงที่มาที่ไป ความสวยงามของวัสดุในชุมชนนั้นๆ มาใช้ สามารถทำให้ผลงานถูกใจในวงกว้างและไปได้ไกลในระดับสากล โดยมีสิ่งที่จำเป็นคือเน้นการใช้งานที่สะดวกสบายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ตรงตามความต้องการ

"การผลิตแบบเฉพาะและผลิตแบบจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จริงๆ แล้วมันคืออนาคต" (Chris Anerson. 2562 :3)

6.4 T-THREAT

ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า

สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการผลิต เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกชุกมาก ทำให้ไม่สามารถนำกระจูดตากแดดได้ หากกระจูดไม่แห้งสนิทก่อนนำมาแปรรูปส่งผลให้มีราขึ้นได้

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่มฯ
 

7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- พัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูดให้มีมาตรฐาน และเกิดการยอมรับในวงกว้าง

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่ของกลุ่มฯ ได้แก่ นักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดนราธิวาสและลูกค้า จากต่างจังหวัด เนื่องจากได้ออกบูธในต่างพื้นที่ ทำให้มีลูกค้าจากหลายพื้นที่

8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- ผลิตภัณฑ์ที่ขายดี ได้แก่ กระเป๋ากระจูด เสื่อกระจูด ตะกร้ากระจูด ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ชิ้น) ขายส่ง (บ./ชิ้น)
1. กระเป๋าบุผ้า 1,200 800
2. เสื่อ 2,000 1,000
3. ตะกร้า 300 200
4. ซองเอกสาร 120-150 120
5. กล่องทิชชู 150-200 150
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- การออกงานประจำปี งานโอทอป และบูธต่างๆ ถือเป็นการไปแสดงผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น

- มีหน้าร้านของตนเองและส่งผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าทางไปรษณีย์

- ส่งผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- หากลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก (15 ใบขึ้นไป) จะมีการแถมชิ้นเล็กให้ 1 ชิ้น

8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- กลุ่มฯ ได้มีการออกแบบลวดลายที่หลากหลายเป็นเอกลักษณ์ และมีการพัฒนาต่อยอดลวดลายเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
1. กระจูด - 80 บ.
2. สี - -
3. กาว - -
4. หนัง - -
5. หูจับกระเป๋า - -
6. ผ้าโทเร - -
7. ค่าแรง - -
10. ต้นทุนและกำไร
-
11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ

2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม

4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

1. พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น

2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว

- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

- กรมการพัฒนาชุมชน

- ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม

13.2 ประเด็นของด้าน

-การผลิตที่ได้รับมาตรฐานและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย

ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ