การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มเยาวชนบาติกบ้านค่าย
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มเยาวชนบาติกบ้านค่าย
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   24/2   ม.2   ต.กะลุวอเหนือ   อ.เมือง   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ 96000
1.4 ผู้ติดต่อ   คอยรุณณีซาอ์ หะแว
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่มเยาวชนบาติกบ้านค่าย
1.6 เบอร์โทรศัพท์   061-1972952
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

3. ประเภทของกิจการ   สินค้าโอทอป/การผลิตสิ่งทอ
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   ผ้า เครื่องแต่งกาย (เสื้อ)
5. ประวัติกิจการ   กิจการเริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2560 ซึ่งในช่วงแรกได้นำเงินส่วนตัวมาลงทุน จำนวน 20,000 บาท ในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ หลังจากนั้นได้มีแนวคิดที่จะสร้างกลุ่มโดยการชักชวนเยาวชนที่ว่างงาน และที่กำลังศึกษาอยู่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำผ้าบาติก เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่สมาชิก ภายใต้ชื่อกลุ่ม “เยาวชนบาติกบ้านค่าย” การดำเนินงานของกิจการมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบัน พ.ศ. 2562 กิจการมียอด การขายสินค้ามากขึ้น มีโอกาสเป็นวิทยากรให้กับบุคคทั่วไปและกลุ่มเยาวชน ในการ
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

- การผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ใช้การผลิตด้วยมือ (Hand Made) โดยสินค้าแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัว
- ความสามารถของสินค้า ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ซึ่งประยุกต์เป็นสินค้าต่างๆ ได้มากกว่า 30 รายการ
- สินค้ามีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตของกลุ่มการผลิตในท้องถิ่นอื่นๆ เนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
- มีศูนย์จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ของตนเองซึ่งสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นชุมชนการผลิตที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์
- ที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้ด่านการค้าชายแดน

6.2 W-WEAKNESS

- ขาดความชำนาญการทำตลาดเชิงรุก ผู้ประกอบการพึ่งพาการติดต่อสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการไม่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดเชิงรุก ขาดประสบการณ์การออกตลาดและไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลองผิดลองถูกได้เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่
- ขาดการสื่อสารกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านการสื่อสารทางการตลาดและการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ กิจกรรมงานแสดงสินค้าที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนไม่เหมาะสมและขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้จัดงานขาดความเข้าใจด้านการตลาดโดยเฉพาะเรื่อง Positioning และ Display สินค้า
- ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะ GEN M ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนบท
- กำลังการผลิตมีความไม่แน่นอนเนื่องจากใช้แรงงานคนในการผลิตเป็นหลัก และอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการหากอยู่ในช่วงที่มียอดจำหน่ายสูงของปีทักษะในการผลิตขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผลิตในแต่ละคน ทำให้ชิ้นงานมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน

6.3 O-OPPORTUNITY

- ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ที่เป็นทั้งแหล่งการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียงทำให้สามารถขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้ง่ายและใกล้แหล่งผลิต
- การส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตผ้าที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบร่วมสมัย และนำผลงานไปเผยแพร่ต่อในตลาดที่มีความต้องการสิ่งทอและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
- อยู่ในพื้นที่ยุทธศษสตร์ที่มีด่านการค้าชายแดนถึง 3 จุด ได้แก่ ด่านสุไหงโกลก อ.สุไหงโก-ลก , ด่านตากใบ (ท่าเรือ) อ.ตากใบ , ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง

6.4 T-THREAT

- แนวโน้มการชะลอตัวอันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศษรฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคต้องตัดค่าใช้จ่ายการบริโภคที่ไม่จำเป็น และกระแสความนิยมสินค้าราคาถูกโดยการเลือกใช้สินค้าทดแทนที่เป็นผ้าพิมพ์ลายซึ่งนำเข้าจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น
- การแข่งขันภายในตลาดผ้าบาติกค่อนข้างมีคู่แข่งมาก โดยเฉพาะชุมชนที่ผลิตผ้าบาติกก็มีอยู่มากใน 12 จังหวัดและยังไม่รวมผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตในลักษณะอุตสาหกรรม
- ระบบและกลไกการพัฒนางานออกแบบของหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนมีช่วงระยะเวลาสั้น ส่งผลกระทบต่อการทดลองการตลาด การนำผลความคิดเห็นกลับมาปรับปรุงพัฒนาต่อยอด เนื่องด้วยกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัมผัสความต้องการของตลาดที่แท้จริง
- สินค้าที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายและเหมือนสินค้าจากผ้าบาติกโดยนวัตกรรมใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์ผ้าที่ถูกประยุกต์และปรับปรุงให้หลากหลายมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจที่มีต่อสินค้าจากผ้าบาติก
- ปัญหาของสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีฝนตกชุกมากในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่งผลต่อกิจกรรมการผลิตผ้าบาติก ผ้ามีความชื้นไม่แห้งสนิท ใช้เวลาในกระบวนการผลิตนาน ผู้ประกอบการต้องวางแผนการรับออเดอร์จากลูกค้าให้เร็วขึ้นเพื่อมีงานส่งได้ทันก่อนฤดูฝนจะมาถึงและสิ้นสุดลง

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่เยาวชนในชุมชน
- เพื่อสร้างและพัฒนาผ้าบาติกที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ในตลาดสากลได้

7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- สามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างประเทศได้
- สามารถรักษายอดจำหน่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- กลุ่มวัยทำงาน 80%

- กลุ่มนักท่องเที่ยว 20%

8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- ผ้าชิ้น

- เสื้อค้างคาว (ยาว/สั้น)

- ผ้าพันคอ

- ผ้าเช็ดหน้า

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บาท) ขายส่ง (บาท)
1.ผ้าชิ้น 2 หลาครึ่ง 790 บาท 650 บาท
1.ผ้าพันคอ 350 บาท 300 บาท
1.ชุดนอน 490 บาท 450 บาท
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- ออกงานแสดงสินค้าตามเทศกาล

- หน้าร้าน

- การขายผ่านพ่อค้าคนกลาง

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- การลดราคาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าขายฝาก

8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ มีการผลิตผ้าบาติกที่มีเอกลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยและสะดวกในการใช้งาน

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
1. ผ้าคอตตอน 1 ม้วน 4,300 บาท
2. สี - 1,500 บาท
3. น้ำยา 1 ถัง 650 บาท
4. เทียน - 800 บาท
5. ค่าแรง 1 ชิ้น 180 บาท
10. ต้นทุนและกำไร

- ต้นทุนทั้งเดือน 7,430  บาท

11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ

2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม

4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

1. พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น

2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว

- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

- กรมการพัฒนาชุมชน

- ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม

- กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

13.2 ประเด็นของด้าน

- โปรแกรมสำนักงาน (Office Software)

- โปรแกรมบัญชี (Cloud Accounting)

- การออกแบบและแปรรูปผลิตภัณฑ์

- การออกแบบบรรจุภัณฑ์

- สนับสนุนงบประมาณเพื่อซื้อวัตถุดิบ

ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ