การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มปักผ้าสตรีกำปงปีแซ
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มปักผ้าสตรีกำปงปีแซ
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   9/4   ม.3   ต.ลุโบะบือซา   อ.ยี่งอ   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ 96180
1.4 ผู้ติดต่อ   นางสีตีซูนัยดะ ยูโซะซู
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   087-8364475
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

3. ประเภทของกิจการ   OTOP / วิสาหกิจขนาดย่อม
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   เครื่องแต่งการสตรีมุสลิม ผ้าละหมาด
5. ประวัติกิจการ   กลุ่มก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2545 โดยรับงานจ้างจากประเทศมาเลเซีย จึงได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านจำนวน 15 คน กำไรอาทิตย์ละ 2,000 บาท เด็กๆ จะรับงานและวัสดุนำกลับไปทำที่บ้าน แต่เมื่อเด็กๆต้องไปศึกษาต่อทำให้ขาดแรงงาน ปัจจุบันมีจักร 5 ตัว สมาชิกในกลุ่มมีรายได้ต่อเนื่อง มีงานเย็บเสื้อผ้าของโรงเรียนและเสื้อผ้าสตรี และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับการรับรอง OTOP 4 ดาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
1.1) การผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ใช้การผลิตด้วยมือ (Hand Made) โดยสินค้าแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัว
1.2) ความสามารถของสินค้า ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ซึ่งประยุกต์เป็นสินค้าต่างๆ ได้มากกว่า 30 รายการ
1.3) สินค้ามีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตของกลุ่มการผลิตในท้องถิ่นอื่นๆ เนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
1.4) มีศูนย์จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ของตนเองซึ่งสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นชุมชนการผลิตที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์
1.5) ที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้ด่านการค้าชายแดน

6.2 W-WEAKNESS

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
2.1) ขาดความชำนาญการทำตลาดเชิงรุก ผู้ประกอบการพึ่งพาการติดต่อสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการไม่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดเชิงรุก ขาดประสบการณ์การออกตลาดและไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลองผิดลองถูกได้เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่
2.2) ขาดการสื่อสารกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านการสื่อสารทางการตลาดและการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ กิจกรรมงานแสดงสินค้าที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนไม่เหมาะสมและขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้จัดงานขาดความเข้าใจด้านการตลาดโดยเฉพาะเรื่อง Positioning และ Display สินค้า
2.3) ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะ GEN M ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนบท
2.4) กำลังการผลิตมีความไม่แน่นอนเนื่องจากใช้แรงงานคนในการผลิตเป็นหลัก และอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการหากอยู่ในช่วงที่มียอดจำหน่ายสูงของปีทักษะในการผลิตขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผลิตในแต่ละคน ทำให้ชิ้นงานมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน

6.3 O-OPPORTUNITY

ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโต
3.1) ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ที่เป็นทั้งแหล่งการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียงทำให้สามารถขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้ง่ายและใกล้แหล่งผลิต
3.2) การส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตผ้าที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบร่วมสมัย และนำผลงานไปเผยแพร่ต่อในตลาดที่มีความต้องการสิ่งทอและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
3.3) อยู่ในพื้นที่ยุทธศษสตร์ที่มีด่านการค้าชายแดนถึง 3 จุด ได้แก่ ด่านสุไหงโกลก อ.สุไหงโก-ลก , ด่านตากใบ (ท่าเรือ) อ.ตากใบ , ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง

6.4 T-THREAT

ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า 4.1) แนวโน้มการชะลอตัวอันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศษรฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคต้องตัดค่าใช้จ่ายการบริโภคที่ไม่จำเป็น และกระแสความนิยมสินค้าราคาถูกโดยการเลือกใช้สินค้าทดแทนที่เป็นผ้าพิมพ์ลายซึ่งนำเข้าจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น
4.2) การแข่งขันภายในตลาดผ้าบาติกค่อนข้างมีคู่แข่งมาก โดยเฉพาะชุมชนที่ผลิตผ้าบาติกก็มีอยู่มากใน 12 จังหวัดและยังไม่รวมผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตในลักษณะอุตสาหกรรม
4.3) ระบบและกลไกการพัฒนางานออกแบบของหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนมีช่วงระยะเวลาสั้น ส่งผลกระทบต่อการทดลองการตลาด การนำผลความคิดเห็นกลับมาปรับปรุงพัฒนาต่อยอด เนื่องด้วยกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัมผัสความต้องการของตลาดที่แท้จริง
4.4) สินค้าที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายและเหมือนสินค้าจากผ้าบาติกโดยนวัตกรรมใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์ผ้าที่ถูกประยุกต์ให้หลากหลายมากขึ้นอาจส่งผลต่อความสนใจที่มีต่อสินค้า
4.5) ปัญหาของสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีฝนตกชุกมากในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่งผลต่อกิจกรรมการผลิตผ้าบาติก ผ้ามีความชื้นไม่แห้งสนิท ใช้เวลาในกระบวนการผลิตนาน ผู้ประกอบการต้องวางแผนการรับออเดอร์จากลูกค้าให้เร็วขึ้นเพื่อมีงานส่งได้ทันก่อนฤดูฝน

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- พัฒนาฝีมือแรงงานของสมาชิกให้มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อจะได้ตั้งราคาสินค้าได้สูงขึ้น

7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- พัฒนาแบรนด์ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศเพื่อที่จะสามารถส่งออกต่างประเทศ ได้

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- กลุ่มผู้หญิงอายุ 30 – 50 ปี ชื่นชอบสินค้าจากธรรมชาติ และมีความรู้เรื่องประโยชน์ของนมแพะ

8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- สบู่นมแพะ เป็นสบู่ใสกลีเซอรีน ขนาด 55 กรัม บรรจุในกล่องใสโชว์เนื้อสบู่ บรรจุภัณฑ์ลักษณะเหมือนกล่องไม้ขีด (สไลด์เปิด) ซึ่งแตกต่างจากรายอื่น และเป็นที่จดจำของลูกค้า

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ชิ้น) ขายส่ง (บ./ชิ้น)
1. ผ้าละหมาด 400-500 บาท 450
2. ฮิญาบ 200-300 บาท 250
3. ชุดเดรส 1,500 1,000 (3 ชุดขึ้นไป)
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- จำหน่ายทาง Online (Facebook)
- เปิดบูทในงานแสดงสินค้าต่างๆ

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- ลดราคาเป็นพิเศษในการออกบูทงานแสดงสินค้าเพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการซื้อใช้ครั้งแรก

- แจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้สนใจไปทดลองใช้

- แจกตัวอย่างสินค้าใหม่ให้กับลูกค้าเก่าไปทดลองใช้

8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
10. ต้นทุนและกำไร
11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ
2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม
4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

1. พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น
2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว

- หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

13.2 ประเด็นของด้าน

- ประเด็นของด้าน - ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว กระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ