การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง
จังหวัดนราธิวาส
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   33/1   ม.6   ต.ตันหยงริมอ   อ.ระแงะ   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ -
1.4 ผู้ติดต่อ   คุณมะนุซทรา ตือราแม
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   084-9642685
1.7 E-mail   -
1.8 Website   น้ำผึ้งเปรี้ยวเพื่อสุขภาพ, ชันโรงบือแนตา
2. แผนที่พร้อมเส้นทาง

ไม่มีรูปแผนที่ พร้อมเส้นทาง
3. ประเภทของกิจการ   เป็นกิจการประเภท Start up โอทอป/SME
4. ประเภทของผลิตภัณฑ์   เป็นประเภทของกิน ของใช้ คือ น้ำผึ้งบรรจุขวด
5. ประวัติกิจการ   ก่อตั้งกลุ่มเมื่อปี พ.ศ.2557 การดำเนินงาน 6 ปี ที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากประธานกลุ่มเกิดความสนใจในการเลี้ยงผึ้งชันโรง โดยเริ่มจากมีญาติเลี้ยงผึ้งชันโรงที่ประเทศมาเลเซีย แล้วจึงศึกษาต่อทั้งงานวิจัยและข้อมูลสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งการลองผิดลองถูก ทำให้พบว่าน้ำผึ้งชันโรงมีสรรพคุณที่ดีกว่าน้ำผึ้งทั่วไป จากนั้นมาจึงได้ประกอบเป็นธุรกิจ โดยเริ่มแรกมีสมาชิกเป็นคนในชุมชนจำนวน 7 คน และดำเนินงาน มาเรื่อยๆ จนได้รับเลือกเป็นหนึ่งในโครงการโอทอปนวัตวิถี
6. วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
6.1 S-STRENGTH

1.1) ใช้วัตถุดิบในชุมชนทำให้ต้นทุนของวัตถุดิบไม่สูงสามารถกำหนดราคาที่เหมาะสม
1.2) คุณสมบัติของน้ำผึ้งชันโรงดีกว่าน้ำผึ้งโดยทั่วไป
13) เป็นวัตถุดิบ (ผึ้ง) ในท้องถิ่น
1.4) ผลิตภัณฑ์มีความเป็นธรรมชาติ สด ใหม่
1.5) เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ลูกค้าได้สัมผัสและดูดน้ำผึ้งได้เอง
1.6) มีกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงผึ้งจังหวัดนราธิวาสและใกล้เคียง ดังนั้น ไม่ขาดวัตถุดิบในการผลิต
1.7) มีความรู้และประสบการณ์จากการที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี

6.2 W-WEAKNESS

2.1) กลุ่มฯ ยังไม่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล หรือ อย.ไม่มีมาตรฐานรับรองคุณภาพ
2.2) ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกำลังการผลิต
2.3) ลูกค้ายังไม่รู้จักสรรพคุณน้ำผึ้งชันโรงมากนัก

6.3 O-OPPORTUNITY

3.1) กลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น หน่วยงานพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หน่วยงานวิทยาศาสตร์บริการ และวัฒนธรรมจังหวัด (ให้ความช่วยเหลือในด้านการสร้างโรงเรือน)
3.2) ปัจจุบันอยู่ในเทรนด์ของการรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงสามารถจำหน่ายได้ดี
3.3) ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ 3.4) ประเทศไทยได้รับมอบหมายในการจัด ทำ Road map ทางด้านการท่องเที่ยวและ การบิน อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
3.5) พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียน นิยมสินค้าของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่เน้นสุขภาพ การเลือกซื้อผู้บริโภคจะคำนึงถึงประโยชน์ของสินค้าต่อสุขภาพ มีความใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP จึงต้องปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้า OTOP ประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย การแสดงฉลากเกี่ยวกับอายุของสินค้า การใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย

6.4 T-THREAT

4.1) ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
4.2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมีแผนของตนเองขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ
4.3) แหล่งเงินทุนภายในประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการสินค้า OTOP

7. วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
7.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ
7.2 เป้าหมายของธุรกิจ

8. การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
8.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
8.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

น้ำผึ้งชันโรง

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ขวด) ขายส่ง (บ./ขวด)
1.น้ำผึ้งชันโรงบรรจุขวดพลาสติก 180 กรัม 350 270
2.น้ำผึ้งชันโรงขายเป็นกิโลกรัม

1,300-1,500 บาท/กก.
700-800 บาท/ครึ่ง กก.

1,300-1,500 บาท/กก.
700-800 บาท/ครึ่ง กก.

3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

1) จำหน่ายผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และ webpage สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
2) การออกงานประจำปี เป็นการแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มยอดจำหน่ายได้
3) ฝากจำหน่ายในร้านขายยาเจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพที่รู้จักสรรพคุณน้ำผึ้งชันโรง
4) ส่งออกให้ลูกค้ามาเลเซีย

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)
1) หากลูกค้าซื้อน้ำผึ้งจะแถมสบู่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากน้ำผึ้งบรรจุขวด
8.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

1) แผนกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลุ่มฯ ได้พยายามจะพัฒนาสายของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากชันผึ้ง
2) พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายซองโรซ่า เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา

9. การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
10. การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
10. ต้นทุนและกำไร
11. การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล
12. แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
12.1 แผนการระยะสั้น : (พัฒนาได้ทันที)

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ
2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม
4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

12.2 แผนการระยะกลาง : (ใช้เวลาในการพัฒนาไม่เกิน 2 ปี)

1. จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การควบคุมเครื่องจักรสีข้าว การควบคุมคุณภาพข้าวเปลือก เป็นต้น
2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

12.3 แผนการระยะยาว : (ใช้เวลาในการพัฒนาเกินกว่า 5 ปี)

- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

13. การส่งปรึกษาต่อเนื่องในอนาคต
13.1 หน่วยงานของรัฐ/เอกชน ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อเชิงลึกในระยะยาว
13.2 ประเด็นของด้าน
ที่ควรส่งไปพัฒนาต่อในระยะยาว
14. ข้อมูลที่ปรึกษา
ชื่อ-นามสกุลของที่ปรึกษา -
ตำแหน่ง -
หน่วยงาน/สังกัด -
15. รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ (2 ภาพ) / ภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ (2 ภาพ)
ไม่มีรูปภาพ รูปภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการและ
รูปภาพภาพบรรยากาศการลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ