การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ  กลุ่มกระจูดบ้านทอนอามาน
จังหวัดนราธิวาส
หมวดที่ 1 การบริหารจัดการกลุ่มและสมาชิก
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มกระจูดบ้านทอนอามาน
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   340/3   ม.11   ต.โคกเคียน   อ.เมือง   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ 96000
1.4 ผู้ติดต่อ   คุณพัชรินทร์ บินเจ๊ะมิง, นายเจ๊ะมูเซะ บินเจ๊าะมิ
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   080-2896671, 086-2841539
1.7 E-mail   prkrajood@gmail.com
1.8 Website   -
1.9 แผนที่พร้อมเส้นทาง

1.10 ประเภทของกิจการ   เป็นกิจการประเภทโอทอป

1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์   ประเภทของใช้และของตกแต่งจากกระจูด

1.12 ประวัติกิจการ   กลุ่มฯ ก่อตั้งเมื่อปี พศ. 2543 ด้วยสมาชิกจำนวน 20 คน โดยมีแนวคิดที่จะแปรรูปกระจูดเป็นกระเป๋า ปัจจุบันจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเป็น 25 คน โดยกลุ่มฯ ได้รับเครื่องหมาย มผช. เมื่อปี พศ. 2548 และได้สร้างอาคารโรงเรือนในปี พศ. 2550 โดยเงินทุนของกลุ่มและเงินจากการกู้ อบต.

1.13 วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
1.13.1 S-STRENGTH

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
1.1) ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีลวดลายและสีสันที่หลากหลาย มีทั้งการใช้คู่สีตรงข้าม เช่น เขียว-แดง , การใช้คู่สีแบบควบคุมโทนสี, มีเอกลักษณ์ของลายที่มาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่ปรากฏให้เห็นในผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดนราธิวาส คือมีเชิงของลายบริเวณขอบชิ้นงาน ในงาน 1 ชิ้นมีการสลับลายมากกว่า 2 ลาย เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดอื่นๆ
1.2) สมาชิกของกลุ่มเป็นแม่บ้านในชุมชนที่ว่างเว้นจากการทำอาชีพหลักอย่างอื่น ซึ่งบางคนก็ยึดการสานกระจูดเป็นอาชีพหลักอีกด้วย ทำให้มีเวลาในการผลิตงานได้อย่างเต็มที่ มีกำหนดเวลาในการทำงานค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากภาระการเลี้ยงดูลูกๆ ที่เล่าเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งสามารถนำงานกลับไปทำในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเองได้ เหมาะกับลักษณะของการผลิตชิ้นงานที่มีหลากหลายขนาดและใช้พื้นที่กว้างขวางในการทำงานได้

1.13.2 W-WEAKNESS

ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
2.1) มีต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิตสูงเนื่องจากต้องซื้อกระจูด ซึ่งรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนเดียวกัน โดยเป็นกระจูดที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำหน่ายเป็นมัดๆ ละ 100 บาท เป็นกระจูดที่ผ่านการหมักโคลนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ย้อมสี เมื่อย้อมสีตามแบบที่ต้องการแล้วจึงนำมาจักสานขึ้นรูปได้ กระจูด 1 มัดสามารถสานกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ และใบเล็กได้อีก 1 ใบ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของกระจูดในกระเป๋าแต่ละใบอยู่ที่ประมาณ 50 บาท
2.2) วัตถุดิบมีไม่เพียงพอในการผลิต เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นกระจูด (เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ) กำลังมีปริมาณต้นกระจูดลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตชิ้นงานในบางช่วง อีกทั้งภาคใต้มีช่วงฝนตกที่ค่อนข้างนานหลายเดือน
2.3) ขาดทักษะเฉพาะกลุ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ถึงแม้ลวดลายจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส แต่รูปแบบ รูปทรง ของผลิตภัณฑ์ยังไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นรูปแบบ รูปทรง ที่พบเห็นได้ทั่วไปในจังหวัดนราธิวาส หรือในจังหวัดอื่นๆ มีการผสมผสานงานผ้าและงานหนัง (เทียม) แต่ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น เนื่องจากการขาดแรงงานที่มีฝีมือ
2.4) ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีตราสินค้า ไม่มีตลาดที่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ สาเหตุหลักเนื่องจากการขาดทักษะและแนวคิดในเชิงธุรกิจ
โดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายพาณิชย์อิเล็ก-ทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ช (e-commerce) ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของต่างประเทศที่พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างต้องให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ช เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นและสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น (Moertini, 2012) เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง การเปิดเสรีทางการค้าทำให้วิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าจากต่าง-ประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในท้องถิ่นหรือในประเทศที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้นแต่ OTOP ยังขาดความรู้ความสามารถด้านการตลาดในวงกว้างโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ สินค้าหรือบริการที่มีความเป็นนวัตกรรมมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการลอกเลียนแบบกัน ที่จะสามารถเรียกว่าเป็นสินค้า OTOP จริงๆ ก็มักจะเป็น “มรดก” เก่าแก่ดั้งเดิมของท้องถิ่นที่เอามาปรับประยุกต์บ้างเล็กน้อย เพราะจะเกิดนวัตกรรมได้ก็ต่อเมื่อมี “การเรียนรู้” ไม่ใช่ “การเลียนแบบ” (พงศ์พิศดอทคอม,2555 อ้างถึงใน ธันยมัย เจียรกุล. 2557)

1.13.3 O-OPPORTUNITY

ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโตต่อไปในอนาคต
3.1) ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น กลุ่มสหกรณ์ หน่วยงานพัฒนาชุมชน และพาณิชย์จังหวัด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งในด้านของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตบรรจุภัณฑ์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า
3.2) ตลาดงาน Craft กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล มีการนำประเด็นเหล่านี้มาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยด้วยการนำเทคนิควิธีการ หรือความเชี่ยวชาญทักษะงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์จากอดีต มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการผสมผสานเทคนิควิธีใหม่หรือรูปแบบรูปทรงที่ผ่านการตัดทอนรายละเอียด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) ความเก่าจึงมีเสน่ห์สำหรับกลุ่มดังกล่าว เพราะเสน่ห์ของงาน Craft ที่ผสมผสานแนวคิดวัฒนธรรมและการออกแบบสมัยใหม่ ทำให้เกิดความสงสัยถึงที่มาที่ไป ความสวยงามของวัสดุในชุมชนนั้นๆ มาใช้ สามารถทำให้ผลงานถูกใจในวงกว้างและไปได้ไกลในระดับสากล โดยมีสิ่งที่จำเป็นคือเน้นการใช้งานที่สะดวกสบายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ตรงตามความต้องการ
"การผลิตแบบเฉพาะและผลิตแบบจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จริงๆ แล้วมันคืออนาคต" (Chris Anerson. 2562 :3)

1.13.4 T-THREAT

ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า
สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการผลิต เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกชุกมาก ทำให้ไม่สามารถนำกระจูดตากแดดได้ หากกระจูดไม่แห้งสนิทก่อนนำมาแปรรูปส่งผลให้มีราขึ้นได้

1.14 วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
1.14.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อสร้างงานให้แก่ชุมชนและแม่บ้าน 
 

1.14.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- ส่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ 
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า



หมวดที่ 2 การบริหารจัดการด้านการตลาดและลูกค้า
2.1 การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
2.1.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- กลุ่มลูกค้าทั่วไป ซึ่งมีทั้งชายและหญิง กลุ่มแม่บ้าน นักศึกษา

- กลุ่มพ่อค้าคนกลาง ซื้อเพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายต่อ

- กลุ่มห้างร้านต่าง

- หน่วยงานราชการ

2.1.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- กลุ่มฯ ได้นำกระจูดมาผลิตเป็นกระเป๋า ตะกร้าก้นกลม ถาดใส่ผลไม้ เสื่อ ซึ่งมีรูปแบบที่สวยงาม และเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ชิ้น) ขายส่ง (บ./ชิ้น)
1.กระเป๋า 250 220
2.ตะกร้าก้นกลม 250 230
3.ถาดใส่ผลไม้ 150 120
4.เสื่อ 500 400-450
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- จำหน่ายตามคำสั่งซื้อ โดยมีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และเว็ปไซต์ ทำให้มียอดการสั่งซื้อสูง

- การออกงานประจำปี งานโอทอป และบูธต่างๆ ที่เมืองทองธานีและไบเท็ก ปีละ 3 ครั้ง ถือเป็นการไปแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น

- ส่งจำหน่ายที่สวนจิตรลดา

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- ในกรณีที่สินค้ามีตำหนิ จะมีการลดราคาสินค้าให้ลูกค้า

2.1.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- กลุ่มฯ ได้พยายามพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้สามารถดึงดูดใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านรูปแบบและสีสัน และได้พยายามหาความรู้ด้านการทำการตลาดที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น




หมวดที่ 3 การบริหารจัดการด้านการผลิตและงานสนับสนุนการผลิต
3.1 การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart)
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
3.2 การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
- - -



หมวดที่ 4 การบริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน
4.1 ศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ) ตารางที่ 2 ตัวอย่างการบันทึกรายละเอียดค่าใช้จ่ายในรอบเดือน
เดือน รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปร ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน ยอดจำหน่าย (รายเดือน)
มิ.ย.62 รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) รายการอุปกรณ์ (ต้นทุนคงที่)
4.2 การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล



หมวดที่ 5 การปรับปรุงและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน
5.1 แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
ประเด็นด้านการพัฒนา เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) หน่วยงานสนับสนุน

1. การบริหารจัดการองค์กร

เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ

1. แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100%
2. บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100%
3. มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ
2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม
4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

1. พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น
2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม
- กรมพัฒนาชุมชน

2. การตลาด

เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

1. ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้
2. ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตได้ 80% เพื่อเข้าสู่ตลาด Green Product

1. ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
2. กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย

1.ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (SocialMedia) ในการสื่อสารการตลาดและการส่งเสริมให้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการจำ หน่ายสินค้าและบริการของธุรกิจโลกออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าถึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายด้วยต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีต้นทุนสูง
2. หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ

1. พัฒนากิจการให้เป็น Green Product หรือสินค้าที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม (ลดสัดส่วนการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต) เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างกลุ่มและพันธมิตรที่เป็นคู่ธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภค
2. สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวให้ประจักษ์แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
- กรมการค้าภายใน
- สถาบันการศึกษา

3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต

มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล

1.มีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน
2.มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน

1. บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ
2. อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์
3.พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ใช้ง่าย และรักษาคุณภาพในการขนส่งสินค้า แสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ครบถ้วน

1. พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน
2. หาพื้นที่ปลูกกระจูดหรือร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันจัดสรรพื้นที่เพื่อการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้รองรับการผลิตตามคำสั่งซื้อปริมาณมาก

1. พัฒนาคนให้สามารถคิดอย่างมีนวัตกรรมได้
2. พัฒนาแผนการดูแลหรือสวัสดิการที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาคน (Retention) ให้ดีโดยเฉพาะช่างภูมิปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
3. พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย
4. พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากช่างชำนาญการของกลุ่ม ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือ นำไปจัดจำหน่ายให้ ในลักษณะการพึ่งพาฝีมือ-และช่องทางการขาย ซึ่งกันและกัน

- สถาบันการศึกษา
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

4. บัญชีและการเงิน

ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน

จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100%

1.ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
2.สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม
3.จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก
4.จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร
5.จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง

1. พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี

ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ

- สถาบันการศึกษา
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า




อ้างอิง
ธันยมัย เจียรกุล. (2557). ปัญหาและแนวทางการปรับตัวของ OTOP เพื่อพร้อมรับการเปิด AEC. วารสารนักบริหาร, 14(1), 177-191.

Brandinside. (2562). สรุป 10 เทรนด์ที่นักการตลาดควรรู้ในปีนี้ แต่มีอิทธิพลในปี 2018. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2562, จากเว็บไซต์ https://brandinside.asia/10-trends-digital-marketing-2018/