1.10 ประเภทของกิจการ เป็นกิจการประเภทวิสาหกิจชุมชน
1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหารแปรรูปผลไม้ ทุเรียนกวน
1.12 ประวัติกิจการ เดิมเริ่มจากการผลิตทุเรียนกวนทานกันในครัวเรือนเนื่องจากมีทุเรียนเป็นจำนวนมาก การผลิตจะใช้ทุเรียนบ้าน (ทุเรียนภูเขา) ในการผลิตและได้รับการสืบทอดมายังรุ่นลูก มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิต จนสามรถเข้ากลุ่มและได้รับโอทอปห้าดาวในปี พศ. 2553 หลังจากนั้น กลุ่มฯ ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ และได้ออกงานโอทอปเป็นประจำ พศ. 2537 เริ่มกิจการ พศ. 2553 เข้าร่วมกลุ่มและได้โอทอปห้าดาว พศ. 2555 มีเตาอบผลไม้ พศ. 2558 มีเครื่องกวนทุเรียน
- เนื้อทุเรียนเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน/ทุเรียนป่า ซึ่งหาได้ในชุมชนรสชาติกลมกล่อม และหอมหวาน
- ผลิตด้วยความพิถีพิถันในการผลิตทุกๆ ขั้นตอน เนื้อทุเรียนต้องสะอาด
- มีรสชาติไม่หวานจัด มีกลิ่นหอม และมีรสชาตินุ่มนวลหวานกลมกล่อม
- มีเนื้อละเอียดเหนียว สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำและถูกหลักอนามัย ดูน่ารับประทาน
- สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานถึง ๑ ปี
- บรรจุและห่อด้วยบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สะอาด และมีฮาลาล
- ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิต
- ไม่ผสมสารกันบูด
- ผู้ประกอบการเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบการจัดการที่ดีและขาดวิทยาการสมัยใหม่ที่เหมาะสมขาดความเชื่อมั่นระบบการผลิต ขาดคุณภาพการผลิตมาตรฐานอาหารปลอดภัย (Food Safety) ต้นทุนการผลิตสูง
- ผู้ประกอบการยังขาดการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ขาดการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ขาดการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์
- ผู้ประกอบการขาดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขาดการพัฒนา ตราสัญลักษณ์
- ผู้ประกอบการขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบ การส่งออก
- เทคโนโลยีในการผลิตสินค้าต่ำ จึงขยายกำลังการผลิตเพื่อผลิตสินค้าจำนวนมากได้ยาก
- สินค้า OTOP มีการผลิตที่ซ้ำและเลียนแบบกัน
- ประเทศไทยได้รับมอบหมายในการจัด ทำ Road map ทางด้านการท่องเที่ยวและ การบิน อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
- พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียน นิยมสินค้าของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่เน้นสุขภาพ การเลือกซื้อผู้บริโภคจะคำนึงถึงประโยชน์ของสินค้าต่อสุขภาพ มีความใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP จึงต้องปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้า OTOP ประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย การแสดงฉลากเกี่ยวกับอายุของสินค้า การใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมีแผนของตนเองขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ
- แหล่งเงินทุนภายในประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการสินค้า OTOP
- เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและชาวบ้าน
- ทำให้ธุรกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น สามารถส่งขายทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์และบรูไน
- วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ (ร้าน 7-11)
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น
- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบทานทุเรียนทั่วไป โดยมีทั้งลูกค้าในประเทศคิดเป็นร้อยละ 60 และตลาดต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย คิดเป็นร้อยละ 40
- ผลิตภัณฑ์ทุเรียนกวน โดยขายเป็นขนาดต่างๆ เช่น 100กรัม 150กรัม และ 1 กิโลกรัม โดยบรรจุลงถุงพลาสติก
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาขาย | |
| ขายปลีก (บ./size) | ขายส่ง (บ./size) | |
| 1.100 g | 200 | 180 |
| 1.150 g | 230 | 195 |
| 1.1 กก. | 250 | 200 |
- จำหน่ายตามคำสั่งซื้อ โดยมีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุค ทำให้มียอดการสั่งซื้อสูง
- การออกงานประจำปี งานโอทอป และบูธต่างๆ ซึ่งถือเป็นการไปแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น
- หากลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมาก จะมีการลดราคาให้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
- กลุ่มฯ ได้พยายามพัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ให้ดึงดูดใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นและเพื่อยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้นานขึ้น ทั้งยังพัฒนาขนาดของผลิตภัณฑ์ให้มีหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
| สินค้า | จำนวน | คิดเป็นเงิน / บาท |
| เนื้อทุเรียน | - | 2,366,000 บ. |
| น้ำตาล | - | 473,200 บ. |
| เดือน | รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร | ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน | ยอดจำหน่าย (รายเดือน) |
ปี 61 |
รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) |
5,264 บ. ใช้งานได้ประมาณ 5 ปี (60เดือนx50 กก. = 3,000 กก.) ดังนั้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย คือ 1.75 บ. (5,264 /3,000) |
2,839,200 บาท ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือ 156 บาท (2,839,200 / 18,200) |
18,200 กก. ต่อรอบการผลิต 1 ปี ราคาขายต่อ กก. คือ 200 บาท กำไร 42.25 บ. |
3,640,000 บ. |
| ประเด็นด้านการพัฒนา | เป้าประสงค์ | ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ | แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) | แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) | แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) | หน่วยงานสนับสนุน |
1. การบริหารจัดการองค์กร |
เพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ |
- แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100% - บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100% - มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย |
- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ - รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ - ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม - จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า |
- จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น - สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ |
- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้ |
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม - กรมพัฒนาชุมชน |
2. การตลาด |
เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
- ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้ - ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตได้ 80% เพื่อเข้าสู่ตลาด Green Product |
- ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า - กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย |
- พัฒนาช่องทางกระจายสินค้าและบริการออนไลน์เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากร้านค้าปลีก - หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ |
- สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งและถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านสื่อโซเชียล ประชาสัมพันธ์คุณค่าผลงานของกลุ่ม - ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวด พร้อมทั้งใช้สื่อโซเซียลต่างๆ เพื่อโปรโมทและเป็นช่องทางกระจายสินค้า เป็นต้น |
- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม - กรมการค้าภายใน - สถาบันการศึกษา |
3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต |
- มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล |
- มีผลิตภัณฑ์ รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน - มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน |
- บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ - อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ |
- พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน - จัดหางบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานไม้ เนื่องจากขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยในกระบวนการบรรจุที่ได้มาตรฐาน |
-พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพที่เป็น Clean label และเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่เป็นโรค เช่นอาหารพร้อมทานไร้กลูเตน อาหารพร้อมทานออร์แกนิค อาหารพร้อมทานมังสวิรัติ เป็นต้น - พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์จากเศษวัตถุดิบในกระบวนการผลิต - พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย เช่น GMP - พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากชุมชนที่มีเรื่องเล่าจากความสามัคคีและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการสร้างรายได้ที่เกิดจากแนวทางการอนุรักษ์ท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม |
- สถาบันการศึกษา - กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม |
4. บัญชีและการเงิน |
- ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน |
- จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100% |
- ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ - สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม - จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก - จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร - จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง |
- พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ - นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี |
- ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ |
- สถาบันการศึกษา - สำนักงานพาณิชย์จังหวัด - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |