1.10 ประเภทของกิจการ เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหาร ข้าวเกรียบสมุนไพร
1.12 ประวัติกิจการ เริ่มจัดตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2542 โดยรวบรวมสมาชิกได้จำนวน 15 คน มีการระดมทุนจากสมาชิกในกลุ่มฯ คนละ 100 บาท ได้เงินทุนหมุนเวียน 1,500 บาท โดยริเริ่มจากการใช้เวลาว่างของกลุ่มแม่บ้าน จึงคิดที่ทำข้าวเกรียบสมุนไพร เพื่อใช้วัตถุดิบในชุมชนให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังช่วยเกษตรกรในชุมชนมีรายได้ จึงได้ข้าวเกรียบสมุนไพรมา 6 ชนิด คือ ข้าวเกรียบกระเจี๊ยบ มันเทศ มะเขือเทศ ใบเตย ตำลึง และดอกอัญชัน ซึ่งได้จำหน่ายตามร้านค้าในหมู่บ้านและอำเภอ ต่อมาในปี พ.ศ.2548 ได้รับอนุมัติการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุม
- ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ มีมาตรฐาน อย. ฮาลาล และ OTOP
- รับประทานง่าย สะดวก
- ผลิตจากแป้งสาคูที่กลุ่มฯ ทำขึ้นมาเอง
- กลุ่มฯ ขาดความรู้เรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์
- กลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานเกษตรอำเภอเจาะไอร้อง สำนักงานสาธารณะสุขอำเภอ สำนักงานพัฒนาชุมชน สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลบูกิต โดยให้การสนับสนุนในเรื่องของเงินลงทุน
- สภาพเศรษฐกิจซบเซาทำให้ยอดการจำหน่ายลดลง
- ไม่สามารถผลิตสินค้าในช่วงฤดูฝนได้เนื่องจากไม่มีผลผลิตที่สำคัญ เช่น มันสำปะหลัง
- เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่ม - เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
- เพิ่มปริมาณการผลิต
- เพิ่มยอดขายภายใน 2 ปี
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นลูกค้าทั่วไปในพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 60 และลูกค้าในกลุ่มที่ดูแลสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 40
- ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบสมุนไพร สะอาด ได้คุณค่าทางโภชนาการ ถูกหลักอนามัย รับประทานง่าย เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาขาย | |
| ขายปลีก (บ./กก.) | ขายส่ง (บ./กก.) | |
| 1.ข้าวเกรียบอัญชัน | 60 บาทต่อ 1 กก. | 55 บาทต่อ 1 กก. |
| 2.ข้าวเกรียบใบเตย | 60 บาทต่อ 1 กก. | 55 บาทต่อ 1 กก. |
| 3.ข้าวเกรียบปลา | 80 บาทต่อ 1 กก. | 75 บาทต่อ 1 กก. |
- ขายหน้าร้าน เนื่องจากร้านมีบริเวณที่สามารถแสดงผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้าเห็นได้ง่ายและตัดสินใจเข้ามาซื้อในร้านได้โดยตรง
- ขายออนไลน์ผ่านเฟสบุค
- การออกงานประจำปี เป็นการไปแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มยอดการจำหน่ายได้
- หากลูกค้าสั่งซื้อจำนวนมาก จะลดราคาตามปริมาณที่ลูกค้าสั่งซื้อ
| สินค้า | จำนวน | คิดเป็นเงิน / บาท |
| ใบเตย | - | - |
| สาคู | - | - |
| พริกไทยป่น | - | - |
| เกลือ | - | - |
| เดือน | รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร | ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน | ยอดจำหน่าย (รายเดือน) |
ปี 61 |
รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) |
1,244 บ. ใช้งานได้ประมาณ 5 ปี (60เดือนx80 กก. = 4,800 กก.) ดังนั้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย คือ 0.26 บ. (1,244/4,800) |
18,000 บาท ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือ 225 บาท (18,000/80) |
80 กก./เดือน ราคาขายต่อ กก. คือ 60 บาท ขาดทุน 165.26 บ. |
2,600 บ. |
| ประเด็นด้านการพัฒนา | เป้าประสงค์ | ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ | แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) | แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) | แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) | หน่วยงานสนับสนุน |
1. การบริหารจัดการองค์กร |
เพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ |
- แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100% - บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100% - มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย |
- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ - รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ - ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม - จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า |
- พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น - สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ |
- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้ |
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม - กรมพัฒนาชุมชน |
2. การตลาด |
เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
- ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้ - ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต |
- ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า - กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย |
- ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (SocialMedia) ในการสื่อสารการตลาดและการส่งเสริมให้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการจำ หน่ายสินค้าและบริการของธุรกิจโลกออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าถึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายด้วยต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีต้นทุนสูง - หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ |
พัฒนากิจการให้เป็น Green Product หรือสินค้าที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม (ลดสัดส่วนการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต) เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างกลุ่มและพันธมิตรที่เป็นคู่ธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภค - สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวให้ประจักษ์แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ |
- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม - กรมการค้าภายใน - สถาบันการศึกษา |
3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต |
- มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล |
- มีผลิตภัณฑ์ รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน - มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน |
- บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ - อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ - พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ใช้ง่าย และรักษาคุณภาพในการขนส่งสินค้า แสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ครบถ้วน |
- พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน - หาพื้นที่ปลูกกระจูดหรือร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันจัดสรรพื้นที่เพื่อการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้รองรับการผลิตตามคำสั่งซื้อปริมาณมาก |
- พัฒนาคนให้สามารถคิดอย่างมีนวัตกรรมได้ - พัฒนาแผนการดูแลหรือสวัสดิการที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาคน (Retention) ให้ดีโดยเฉพาะช่างภูมิปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ - พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย - พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากช่างชำนาญการของกลุ่ม ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือ นำไปจัดจำหน่ายให้ ในลักษณะการพึ่งพาฝีมือ-และช่องทางการขาย ซึ่งกันและกัน |
- สถาบันการศึกษา - กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม |
4. บัญชีและการเงิน |
- ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน |
- จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100% |
- ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ - สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม - จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก - จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร - จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง |
- พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ - นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี |
- ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ |
- สถาบันการศึกษา - สำนักงานพาณิชย์จังหวัด - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |