การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ   กลุ่มน้ำมันนวดสมุนไพรสกัดเย็น
จังหวัดนราธิวาส
หมวดที่ 1 การบริหารจัดการกลุ่มและสมาชิก
1.1 ชื่อบริษัท   กลุ่มน้ำมันนวดสมุนไพรสกัดเย็น
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   36   ม.9   ต.ตันหยงมัส   อ.ระแงะ   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ -
1.4 ผู้ติดต่อ   คุณมะห์รอนี ดาแม
1.5 ตำแหน่ง   ประธานกลุ่ม
1.6 เบอร์โทรศัพท์   087-2877341
1.7 E-mail   -
1.8 Website   -
1.9 แผนที่พร้อมเส้นทาง

1.10 ประเภทของกิจการ   เป็นกิจการประเภทโอทอป

1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์   เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้ คือ ยาหม่องสมุนไพรสกัดเย็น

1.12 ประวัติกิจการ   เริ่มจัดตั้งกลุ่มเมื่อปี พ.ศ.2552 โดยนางมะห์รอนี ดาแม ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานพัฒนาอำเภอระแงะ โดยได้รับความรู้มาจากวิทยาลัยชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และในปี พ.ศ.2558 กลุ่มฯ ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลในการจัดตั้งอาคารโรงเรือน ในปี พ.ศ.2560 ได้รับเงินสนับสนุนเพื่อซื้อเครื่องคั้นกะทิ ในปี พ.ศ.2561 ได้รับเงินสนับสนุนจากกรมวิทยาศาสตร์ มหาวิทยลัยราชภัฏยะลา และในปี พ.ศ.2562 ได้ประกาศรับสมาชิกใหม่เพิ่ม ทำให้มีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้จำนวนมากขึ้น

1.13 วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
1.13.1 S-STRENGTH

- ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเนื่องจากมีการผลิตที่ได้มาตรฐาน
- ราคามีความเหมาะสม
- ใช้วัตถุดิบในชุมชนซึ่งทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำ   

1.13.2 W-WEAKNESS

- บรรจุภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย
- ขาดความรู้เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ๆ 
- ขาดความรู้ด้านการตลาด
- ยังขาดความรู้ในเรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย

1.13.3 O-OPPORTUNITY

- กลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น หน่วยงานพัฒนาชุมชน วิทยาลัยชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล กรมวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 

1.13.4 T-THREAT

- สภาพเศรษฐกิจผันผวน ทำให้ยอดการจำหน่ายไม่แน่นอน 

1.14 วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
1.14.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

- เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่ม
- เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางด้านการเกษตร
 

1.14.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากล



หมวดที่ 2 การบริหารจัดการด้านการตลาดและลูกค้า
2.1 การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
2.1.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นลูกค้าทั่วไปในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 20 ลูกค้าต่างประเทศ คิดเป็นร้อยละ 50 และส่งขายในพื้นที่หาดใหญ่คิดเป็นร้อยละ 30

2.1.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- ผลิตภัณฑ์ยาหม่องสมุนไพรบรรจุกระปุกขวดแก้ว

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บ./ชุด) ขายส่ง (บ./ชุด)
1.ยาหม่องสมุนไพรสกัดเย็น 50 45
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- จำหน่ายหน้าร้าน เนื่องจากร้านมีบริเวณที่สามารถแสดงผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้าเห็นได้ง่ายและตัดสินใจเข้ามาซื้อในร้านได้โดยตรง

- จำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลางเพื่อนำไปจำหน่ายต่อในต่างจังหวัดและต่างประเทศ

- การออกงานประจำปี เป็นการไปแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มยอดการจำหน่ายได้

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

- หากลูกค้าสั่งซื้อจำนวนมาก จะลดราคาให้

2.1.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- กลุ่มฯ ได้พยายามพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและสะดวกแก่การใช้งาน




หมวดที่ 3 การบริหารจัดการด้านการผลิตและงานสนับสนุนการผลิต
3.1 การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart)
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
3.2 การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
ไพลแห้ง 2 กก. 300 บาท
ไพลสด 1 กก. 50 บาท
กระปุกขวดแก้วสั่งเป็นชุด 60 กระปุก ชุดละ 3,500 บาท



หมวดที่ 4 การบริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน
4.1 ศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ) ตารางที่ 2 ตัวอย่างการบันทึกรายละเอียดค่าใช้จ่ายในรอบเดือน
เดือน รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปร ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน ยอดจำหน่าย (รายเดือน)
4.2 การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล



หมวดที่ 5 การปรับปรุงและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน
5.1 แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
ประเด็นด้านการพัฒนา เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) หน่วยงานสนับสนุน

1. การบริหารจัดการองค์กร

เพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ

- แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100%

- บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100%

- มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย

- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ

- รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

- ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม

- จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

- จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น

- สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม

- กรมพัฒนาชุมชน

2. การตลาด

เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

- ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้

- ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตได้ 80% เพื่อเข้าสู่ตลาด Green Product

- ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

- กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย

- พัฒนาช่องทางกระจายสินค้าและบริการออนไลน์เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากร้านค้าปลีก

- หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ

- สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งและถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านสื่อโซเชียล ประชาสัมพันธ์คุณค่าผลงานของกลุ่ม

- ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวด พร้อมทั้งใช้สื่อโซเซียลต่างๆ เพื่อโปรโมทและเป็นช่องทางกระจายสินค้า เป็นต้น

- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม

- กรมการค้าภายใน

- สถาบันการศึกษา

3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต

- มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล

- มีผลิตภัณฑ์ รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน

- มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน

- บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ

- อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์

- พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน

- จัดหางบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานไม้ เนื่องจากขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยในกระบวนการบรรจุที่ได้มาตรฐาน

-พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพที่เป็น Clean label และเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่เป็นโรค เช่นอาหารพร้อมทานไร้กลูเตน อาหารพร้อมทานออร์แกนิค อาหารพร้อมทานมังสวิรัติ เป็นต้น

- พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์จากเศษวัตถุดิบในกระบวนการผลิต

- พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย เช่น GMP

- พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากชุมชนที่มีเรื่องเล่าจากความสามัคคีและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการสร้างรายได้ที่เกิดจากแนวทางการอนุรักษ์ท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม

- สถาบันการศึกษา

- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม

4. บัญชีและการเงิน

- ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน

- จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100%

- ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้

- สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม

- จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก

- จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร

- จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง

- พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี

- ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ

- สถาบันการศึกษา

- สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า




อ้างอิง
ธันยมัย เจียรกุล. (2557). ปัญหาและแนวทางการปรับตัวของ OTOP เพื่อพร้อมรับการเปิด AEC. วารสารนักบริหาร, 14(1), 177-191.

Brandinside. (2562). สรุป 10 เทรนด์ที่นักการตลาดควรรู้ในปีนี้ แต่มีอิทธิพลในปี 2018. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2562, จากเว็บไซต์ https://brandinside.asia/10-trends-digital-marketing-2018/