1.10 ประเภทของกิจการ เป็นกิจการกลุ่มโอทอป
1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์ ประเภทของผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมจักสานประเภทของใช้และของตกแต่งบ้านที่ผลิตจากกระจูด
1.12 ประวัติกิจการ กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจูด เริ่มตั้งกลุ่มเมื่อ ปี พศ. 2543 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรม ประชาสงเคราะห์ กรมแรงงานและสวัสดิการสังคม การท่องเที่ยว พาณิชย์จังหวัด และอบต.โคกเคียน โดยสถานที่ตั้งกลุ่มเป็นสถานที่ของศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีสมาชิกจากครอบครัวคนในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง จะมาเรียนรู้ดำเนินการผลิตร่วมกัน ณ ศูนย์ศิลปาชีพของหมู่บ้าน แต่จะมีชาวบ้านบางส่วนที่นำงานที่ได้รับมอบหมายไปดำเนินการที่บ้านของตนเอง
- ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีลวดลายและสีสันที่หลากหลาย มีทั้งการใช้คู่สีตรงข้าม เช่น เขียว-แดง , การใช้คู่สีแบบควบคุมโทนสี, มีเอกลักษณ์ของลายที่มาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่ปรากฏให้เห็นในผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดนราธิวาส คือมีเชิงของลายบริเวณขอบชิ้นงาน ในงาน 1 ชิ้นมีการสลับลายมากกว่า 2 ลาย เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนผลิตภัณฑ์กระจูดของจังหวัดอื่นๆ
- สมาชิกของกลุ่มเป็นแม่บ้านในชุมชนที่ว่างเว้นจากการทำอาชีพหลักอย่างอื่น ซึ่งบางคนก็ยึดการสานกระจูดเป็นอาชีพหลักอีกด้วย ทำให้มีเวลาในการผลิตงานได้อย่างเต็มที่ มีกำหนดเวลาในการทำงานค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากภาระการเลี้ยงดูลูกๆ ที่เล่าเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งสามารถนำงานกลับไปทำในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเองได้ เหมาะกับลักษณะของการผลิตชิ้นงานที่มีหลากหลายขนาดและใช้พื้นที่กว้างขวางในการทำงานได้
- มีต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิตสูงเนื่องจากต้องซื้อกระจูด ซึ่งรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนเดียวกัน โดยเป็นกระจูดที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำหน่ายเป็นมัดๆ ละ 100 บาท เป็นกระจูดที่ผ่านการหมักโคลนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ย้อมสี เมื่อย้อมสีตามแบบที่ต้องการแล้วจึงนำมาจักสานขึ้นรูปได้ กระจูด 1 มัดสามารถสานกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ และใบเล็กได้อีก 1 ใบ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของกระจูดในกระเป๋าแต่ละใบอยู่ที่ประมาณ 50 บาท
- วัตถุดิบมีไม่เพียงพอในการผลิต เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นกระจูด (เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ) กำลังมีปริมาณต้นกระจูดลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตชิ้นงานในบางช่วง อีกทั้งภาคใต้มีช่วงฝนตกที่ค่อนข้างนานหลายเดือน
- ขาดทักษะเฉพาะกลุ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ถึงแม้ลวดลายจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส แต่รูปแบบ รูปทรง ของผลิตภัณฑ์ยังไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นรูปแบบ รูปทรง ที่พบเห็นได้ทั่วไปในจังหวัดนราธิวาส หรือในจังหวัดอื่นๆ มีการผสมผสานงานผ้าและงานหนัง (เทียม) แต่ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น เนื่องจากการขาดแรงงานที่มีฝีมือ
- ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีตราสินค้า ไม่มีตลาดที่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ สาเหตุหลักเนื่องจากการขาดทักษะและแนวคิดในเชิงธุรกิจ
โดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายพาณิชย์อิเล็ก-ทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ช (e-commerce) ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของต่างประเทศที่พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างต้องให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ช เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นและสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น (Moertini, 2012) เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง การเปิดเสรีทางการค้าทำให้วิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าจากต่าง-ประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในท้องถิ่นหรือในประเทศที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้นแต่ OTOP ยังขาดความรู้ความสามารถด้านการตลาดในวงกว้างโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ สินค้าหรือบริการที่มีความเป็นนวัตกรรมมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการลอกเลียนแบบกัน ที่จะสามารถเรียกว่าเป็นสินค้า OTOP จริงๆ ก็มักจะเป็น “มรดก” เก่าแก่ดั้งเดิมของท้องถิ่นที่เอามาปรับประยุกต์บ้างเล็กน้อย เพราะจะเกิดนวัตกรรมได้ก็ต่อเมื่อมี “การเรียนรู้” ไม่ใช่ “การเลียนแบบ” (พงศ์พิศดอทคอม,2555 อ้างถึงใน ธันยมัย เจียรกุล. 2557)
- ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น กลุ่มสหกรณ์ หน่วยงานพัฒนาชุมชน และพาณิชย์จังหวัด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งในด้านของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตบรรจุภัณฑ์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า - ตลาดงาน Craft กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล มีการนำประเด็นเหล่านี้มาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยด้วยการนำเทคนิควิธีการ หรือความเชี่ยวชาญทักษะงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์จากอดีต มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการผสมผสานเทคนิควิธีใหม่หรือรูปแบบรูปทรงที่ผ่านการตัดทอนรายละเอียด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) ความเก่าจึงมีเสน่ห์สำหรับกลุ่มดังกล่าว เพราะเสน่ห์ของงาน Craft ที่ผสมผสานแนวคิดวัฒนธรรมและการออกแบบสมัยใหม่ ทำให้เกิดความสงสัยถึงที่มาที่ไป ความสวยงามของวัสดุในชุมชนนั้นๆ มาใช้ สามารถทำให้ผลงานถูกใจในวงกว้างและไปได้ไกลในระดับสากล โดยมีสิ่งที่จำเป็นคือเน้นการใช้งานที่สะดวกสบายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ตรงตามความต้องการ "การผลิตแบบเฉพาะและผลิตแบบจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จริงๆ แล้วมันคืออนาคต" (Chris Anerson. 2562 :3)
- สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการผลิต เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกชุกมาก ทำให้ไม่สามารถนำกระจูดตากแดดได้ หากกระจูดไม่แห้งสนิทก่อนนำมาแปรรูปส่งผลให้มีราขึ้นได้
- เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่มฯ
- เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูดด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากกระจูดเพื่อจัดจำหน่าย
- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่ของกลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทย และลูกค้าจากประเทศมาเลเซีย
- ผลิตภัณฑ์ที่มียอดการจัดจำหน่ายสูง ได้แก่ กระเป๋ากระจูด เสื่อกระจูด ตะกร้ากระจูด ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ทั่วไป ได้แก่ ซองเอกสาร กล่องทิชชู ตูมู กระติ๊บ เป็นต้น
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาขาย | |
| ขายปลีก (บ./ใบ) | ขายส่ง (บ./ใบ) | |
| 1. กระเป๋าบุผ้า | 550 | 500 |
| 2. เสื่อ | 1,500 | 1,200 |
| 3. ตะกร้า | 350 | 300 |
| 4. กระบุง | 150 | 100 |
| 5. กระเป๋า2ชั้น | 350 | 300 |
| 6. ซองแว่นตา | 70 | 50 |
| 7. ตูมู | 200 | 150 |
| 8. กล่อง | 200 | 150 |
- ส่งผลิตภัณฑ์จำหน่ายร้านภูฟ้าและศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดาเป็นหลัก ทำให้กลุ่มฯ มีรายได้ที่แน่นอน
- การออกงานประจำปี งานโอทอป และบูธต่างๆ ซึ่งถือเป็นการไปแสดงสินค้า ทำให้สามารถขายสินค้าได้จำนวนมากขึ้น
- หากลูกค้าซื้อสินค้าในราคา 1,000 บาทขึ้นไป กลุ่มฯ จะลดราคาขายลงหรือให้ของแถม เป็นต้น
- หากลูกค้าซื้อสินค้าในปริมาณมาก กลุ่มฯ ให้บริการส่งสินค้าฟรี
- กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลุ่มฯ ได้มีการออกแบบลวดลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นประจำท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทางกลุ่มฯ ยังได้พัฒนามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพในระดับ 5 ดาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเรื่องราว (story telling) เป็นเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าและความประทับใจให้แก่ลูกค้า
| สินค้า | จำนวน | คิดเป็นเงิน / บาท |
| - | - | - |
| เดือน | รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร | ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน | ยอดจำหน่าย (รายเดือน) |
มิ.ย.62 |
รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) |
25,000 บ.
ใช้งานได้ประมาณ 10 ปี (120เดือนx200ใบ |
10,000 บ. ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือ 50 บ. (10,000/200) |
200 ชิ้นต่อเดือน ราคาขายต่อหน่วย คือ 550 บาท ได้กำไร 498.96 บ. |
82,500 บ. |
| ประเด็นด้านการพัฒนา | เป้าประสงค์ | ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ | แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) | แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) | แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) | หน่วยงานสนับสนุน |
1. การบริหารจัดการองค์กร |
เพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ |
- แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100% - บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100% - มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย |
- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ - รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ - ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม - จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า |
- พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น - สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ |
- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้ |
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม - กรมพัฒนาชุมชน |
2. การตลาด |
เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
- ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้ - ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต |
- ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า - กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย |
- ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (SocialMedia) ในการสื่อสารการตลาดและการส่งเสริมให้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการจำ หน่ายสินค้าและบริการของธุรกิจโลกออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าถึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายด้วยต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีต้นทุนสูง - หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ |
พัฒนากิจการให้เป็น Green Product หรือสินค้าที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม (ลดสัดส่วนการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต) เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างกลุ่มและพันธมิตรที่เป็นคู่ธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภค - สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวให้ประจักษ์แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ |
- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม - กรมการค้าภายใน - สถาบันการศึกษา |
3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต |
- มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล |
- มีผลิตภัณฑ์ รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน - มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน |
- บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ - อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ - พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ใช้ง่าย และรักษาคุณภาพในการขนส่งสินค้า แสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ครบถ้วน |
- พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน - หาพื้นที่ปลูกกระจูดหรือร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันจัดสรรพื้นที่เพื่อการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้รองรับการผลิตตามคำสั่งซื้อปริมาณมาก |
- พัฒนาคนให้สามารถคิดอย่างมีนวัตกรรมได้ - พัฒนาแผนการดูแลหรือสวัสดิการที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาคน (Retention) ให้ดีโดยเฉพาะช่างภูมิปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ - พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย - พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากช่างชำนาญการของกลุ่ม ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือ นำไปจัดจำหน่ายให้ ในลักษณะการพึ่งพาฝีมือ-และช่องทางการขาย ซึ่งกันและกัน |
- สถาบันการศึกษา - กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม |
4. บัญชีและการเงิน |
- ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน |
- จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100% |
- ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ - สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม - จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก - จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร - จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง |
- พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ - นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี |
- ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ |
- สถาบันการศึกษา - สำนักงานพาณิชย์จังหวัด - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |