1.10 ประเภทของกิจการ เป็นกิจการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมจักสานที่ผลิตจากกระจูด
1.12 ประวัติกิจการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพะยอม เดิมก่อตั้งมาจากกลุ่มศูนย์ศิลปาชีพ มีสมาชิกเกือบ 50 คน ต่อมาจึงจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนในปี พ.ศ. 2553 ลักษณะวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ เป็นกลุ่มหัตถกรรมจักสานกระจูด ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่ บรรพบุรุษมาบูรณาการกับทรัพยากรที่ อยู่ในท้องถิ่นนั่นคือต้นกระจูด ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์จักสานกระจูดที่เป็นที่รู้จักของคนท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและยังเป็น การสนับสนุนให้ลูกหลานได้อนุรักษ์ภูมิปัญญ
- ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์ที่มาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น
- ผลิตภัณฑ์จักสานกระจูดของทางกลุ่มฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก มผช.
- สถานที่ตั้งของกลุ่มฯ หรือหน้าร้านไม่ไกลจากตัวเมืองนราธิวาส
- วัตถุดิบมีเพียงพอและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น
- รูปแบบของผลิตภัณฑ์มีความทันสมัย และยังเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ประดิษฐ์โดยฝีมือชาวบ้าน
- สีสันและลวดลายมีความประณีตสวยงาม เพราะสมาชิกในกลุ่มฯ ลงมือผสมสีด้วยตนเอง
- ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ มีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าทุกครั้งก่อนส่งไปยังลูกค้า
- กลุ่มฯ ขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือและมีประสบการณ์ เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มาทำหัตถกรรมจักสานเมื่อมีเวลาว่างจากงานหลัก
- สมาชิกและคณะกรรมการยังขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
- กลุ่มฯ มีช่องทางการจัดจำหน่ายน้อย เนื่องจากมีเพียงการขายผ่านทางศูนย์
- จักรเย็บ ตลอดจนอุปกรณ์ในการผลิตผลิตภัณฑ์มีไม่เพียงพอต่อการผลิต เพราะมีเพียงจักรเย็บ 1 ตัว และจักรคอม้า 1 ตัว
- เงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างจำกัด
- วิสาหกิจชุมชนได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ วิทยาลัยชุมชน (ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้และสั่งผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม) หน่วยงานพัฒนาชุมชน (ให้ความช่วยด้านการฝึกอบรมการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์)
- ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมกำลังได้รับความนิยมจากตลาดในต่างประเทศ
- ปัจจุบันลูกค้าตระหนักถึงการใช้วัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ
- สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางการจำหน่ายใหม่ของผู้ประกอบการ ซึ่งกำลัง
- นโยบายภาษีของรัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่วิสาหกิจชุมชน
- กระแสอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง
- สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการผลิต เช่น ฤดูฝน ทำให้ไม่สามารถนำกระจูดออกมาตากแดดได้
- เพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านหัตถกรรมจักสานกระจูดของจังหวัดนราธิวาส
- เพื่อสร้างรายได้หลักให้แก่ชุมชนและสมาชิกในกลุ่ม
- กลุ่มฯ ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปขายยังต่างประเทศ
- ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ต่อปี
- ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่ของกลุ่มฯ ได้แก่ ลูกค้ารายย่อยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง วัยทำงาน และเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนในพื้นที่ ซื้อสินค้าโดยตรงที่กลุ่มฯ
- กระเป๋ากระจูด สมุกกระจูดหกเหลี่ยม ตะกร้ากระจูด เสื่อกระจูด ซึ่งเป็นประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาขาย | |
| ขายปลีก (บ./ใบ) | ขายส่ง (บ./ใบ) | |
| 1.สมุกกระจูดหกเหลี่ยม | 120 | 100 (เมื่อซื้อ 50ชิ้นขึ้นไป) |
| 1.ซองใส่เอกสาร | 100 | 100 |
| 1.กระเป๋ากระจูด | 100-380 | 200 |
- กลุ่มฯ จำหน่ายผลิตภัณฑ์หน้าร้าน คือ บ้านของประธานกลุ่มฯ เนื่องจาก หน้าร้านมีพื้นที่มากเพียงพอในการแสดงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จแล้ว
- การออกงานประจำปี งานโอทอป ศูนย์ศิลปาชีพ และบูธต่างๆ ถือเป็นการไปแสดงสินค้าทำให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
- หากลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก จะมีการลดราคาให้ลูกค้า โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์
- กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลุ่มฯ มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น ซึ่งถ่ายทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังได้มีการประยุกต์ใช้วัสดุอื่น ๆ เช่น สายหนัง ผ้าปาเต๊ะ มาผสมผสานกับกระจูดซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติ สร้างความสวยงามสะดุดตา และสะดวกต่อการใช้งานจริง ยิ่งไปกว่านั้น ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้าจาก มผช. ด้วย และมีแบรนด์ของตัวเองที่ระบุชื่อกลุ่ม เบอร์โทรศัพท์ อย่างชัดเจนเพื่อความสะดวกที่ลูกค้าติดต่อกลับ
| สินค้า | จำนวน | คิดเป็นเงิน / บาท |
| กระจูด | - | - |
| สี | - | - |
| หนัง, หูจับกระเป๋า | - | - |
| เดือน | รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร | ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน | ยอดจำหน่าย (รายเดือน) |
มิ.ย.62 |
รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) |
25,000 บ. ใช้งานได้ประมาณ 10 ปี (120เดือนx100ใบ =12,000 ใบ) ดังนั้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย คือ 2.08 บ. (25,000/12,000) |
10,000 บ. ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือ 100 บ. (10,000/100) |
100 ชิ้นต่อเดือน ราคาขายต่อหน่วย คือ 380 บาท ได้กำไร 277.92 บ. |
20,000 บ. |
| ประเด็นด้านการพัฒนา | เป้าประสงค์ | ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ | แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) | แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) | แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) | หน่วยงานสนับสนุน |
1. การบริหารจัดการองค์กร |
เพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ |
- แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100% - บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100% - มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย |
- กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ - รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ - ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม - จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า |
- พัฒนาทักษะของพนักงาน ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น งานตัดเย็บ งานหนัง งานปัก งานย้อมสีธรรมชาติ และทักษะทางด้านภาษา เป็นต้น - สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ |
- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้ |
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม - กรมพัฒนาชุมชน |
2. การตลาด |
เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
- ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้ - ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต |
- ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า - กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย |
- ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (SocialMedia) ในการสื่อสารการตลาดและการส่งเสริมให้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการจำ หน่ายสินค้าและบริการของธุรกิจโลกออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าถึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายด้วยต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีต้นทุนสูง - หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ |
พัฒนากิจการให้เป็น Green Product หรือสินค้าที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม (ลดสัดส่วนการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต) เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างกลุ่มและพันธมิตรที่เป็นคู่ธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภค - สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวให้ประจักษ์แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ |
- กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม - กรมการค้าภายใน - สถาบันการศึกษา |
3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต |
- มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล |
- มีผลิตภัณฑ์ รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน - มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน |
- บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ - อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ - พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ใช้ง่าย และรักษาคุณภาพในการขนส่งสินค้า แสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ครบถ้วน |
- พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน - หาพื้นที่ปลูกกระจูดหรือร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันจัดสรรพื้นที่เพื่อการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้รองรับการผลิตตามคำสั่งซื้อปริมาณมาก |
- พัฒนาคนให้สามารถคิดอย่างมีนวัตกรรมได้ - พัฒนาแผนการดูแลหรือสวัสดิการที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาคน (Retention) ให้ดีโดยเฉพาะช่างภูมิปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ - พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย - พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากช่างชำนาญการของกลุ่ม ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือ นำไปจัดจำหน่ายให้ ในลักษณะการพึ่งพาฝีมือ-และช่องทางการขาย ซึ่งกันและกัน |
- สถาบันการศึกษา - กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม |
4. บัญชีและการเงิน |
- ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน |
- จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100% |
- ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ - สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม - จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก - จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร - จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง |
- พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ - นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี |
- ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ |
- สถาบันการศึกษา - สำนักงานพาณิชย์จังหวัด - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |