การสำรวจและวินิจฉัยธุรกิจ
แผนการพัฒนาปรับปรุงรายวิสาหกิจ
(ระยะสั้น กลาง และยาว)
โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการ
เป็น Smart SME OTOP และก้าวสู่ 4.0
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
จัดทำโดย
ชื่อสถานประกอบการ   สบู่รังไหมทองคำ
จังหวัดนราธิวาส
หมวดที่ 1 การบริหารจัดการกลุ่มและสมาชิก
1.1 ชื่อบริษัท   สบู่รังไหมทองคำ
1.2 เลขทะเบียนนิติบุคคล   -
1.3 สถานที่ประกอบกิจการปัจจุบัน   16/1   ม.-   ต.บางนาก   อ.เมือง   จ.นราธิวาส   รหัสไปรษณีย์ -
1.4 ผู้ติดต่อ   ว่าที่ร้อยตรีศุฤกษ์ พลประสิทธิ์
1.5 ตำแหน่ง   เจ้าของคนเดียว
1.6 เบอร์โทรศัพท์   064-0704871
1.7 E-mail   -
1.8 Website   Facebook : สบู่รังไหมทองคำ ฮัพบะตุสเซาดะฮ์
1.9 แผนที่พร้อมเส้นทาง

1.10 ประเภทของกิจการ   OTOP/SME

1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์   สบู่รังไหม

1.12 ประวัติกิจการ   ก่อตั้งมาได้ประมาณ 1 ปี โดยก่อนหน้านี้เคยรับสบู่จากที่อื่นมาจำหน่าย แต่ขายไม่ได้ เลยมีความคิดที่จะผลิตสบู่เพื่อจำหน่ายเอง โดยเน้นใช้รังไหมออร์แกนิคเป็นวัตถุดิบ โดยสั่งมาจากภาคอีสาน และใช้ฟักข้าวเป็นส่วนผสมด้วย ซึ่งในช่วงแรกฟักข้าวจะหาได้ยากมาก แต่เมื่อได้ไปงานออกร้านบ่อยๆ จึงได้รู้จักเครือข่ายของผู้ที่ปลูกฟักข้าว จึงสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ขายดีมาก

1.13 วิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)
1.13.1 S-STRENGTH

- ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ผสมสารเคมี
- ได้รับการรับรองมาตรฐานอย.
- อยู่ในระหว่างการคัดเลือกเพื่อให้มาตรฐานดาว OTOP

1.13.2 W-WEAKNESS

- ฟักข้าวซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตค่อนข้างหายาก
- ขาดเงินทุนหมุนเวียน
- แรงงานมีแค่คนเดียว

1.13.3 O-OPPORTUNITY

- ประเทศไทยได้รับมอบหมายในการจัด ทำ Road map ทางด้านการท่องเที่ยวและ การบิน อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
- พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียน นิยมสินค้าของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่เน้นสุขภาพ การเลือกซื้อผู้บริโภคจะคำนึงถึงประโยชน์ของสินค้าต่อสุขภาพ มีความใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP จึงต้องปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้า OTOP ประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย การแสดงฉลากเกี่ยวกับอายุของสินค้า การใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย

1.13.4 T-THREAT

- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมีแผนของตนเองขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ
- แหล่งเงินทุนภายในประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการสินค้า OTOP

1.14 วัตถุประสงค์และเป้าหมายธุรกิจ
1.14.1 วัตถุประสงค์ของธุรกิจ

-  สร้างงานให้กับชุมชน
-  นำวัตถุดิบที่มีในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์

1.14.2 เป้าหมายของธุรกิจ

- สามารถส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ



หมวดที่ 2 การบริหารจัดการด้านการตลาดและลูกค้า
2.1 การประเมินศักยภาพด้านการตลาด (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
2.1.1 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

- ลูกค้าในจ.นราธิวาสมีตัวแทนมารับสินค้าไปต่อแบรนด์ 4 เจ้า หรือประมาณ 10 % ของยอดผลิต ตลาดต่างประเทศ (ตุรกี)

2.1.2 ส่วนประสมทางการตลาด
1) ผลิตภัณฑ์ (Product) ได้แก่

- สบู่รังไหมทองคำ และสบู่ฟักข้าว อยากพัฒนาให้เป็นสบู่รังไหมและฟักข้าวในก้อนเดียวกัน

2) ราคา (Price)
ผลิตภัณฑ์ ราคาขาย
ขายปลีก (บาท/ก้อน) ขายส่ง (บาท/ก้อน)
1. สบู่รังไหมทองคำ 60 กรัม 59 15
2. สบู่รังไหมทองคำ 90 กรัม 99 25
3. สบู่ฟักข้าว 60 กรัม 59 15
4. สบู่ฟักข้าว 90 กรัม 99 25
3) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)

- เปิดบูทในงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4) การส่งเสริมการตลาด (Promotion)
2.1.3 กลยุทธ์และการวางแผนการตลาด

- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เป็นรูปแบบกล่องเพื่อที่จะได้ขนส่งได้สะดวก




หมวดที่ 3 การบริหารจัดการด้านการผลิตและงานสนับสนุนการผลิต
3.1 การประเมินศักยภาพด้านการผลิต (แสดง Flow chart)
(การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
3.2 การประเมินศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
สินค้า จำนวน คิดเป็นเงิน / บาท
กลีเซอรีน - 120,000 บาท
ฟักข้าว - 10,000 บาท
รังไหม - 10,000 บาท
ค่าแพ็ค - 10,000 บาท



หมวดที่ 4 การบริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน
4.1 ศักยภาพด้านการเงินและการบัญชี (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ) ตารางที่ 2 ตัวอย่างการบันทึกรายละเอียดค่าใช้จ่ายในรอบเดือน
เดือน รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปร ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน ยอดจำหน่าย (รายเดือน)
มิ.ย.62 รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) รายการอุปกรณ์ (ต้นทุนคงที่)
4.2 การประเมินศักยภาพด้านแผนการบริหารบุคคล (การดำเนินงานจริง ณ ปัจจุบันของสถานประกอบการ)
ไม่มีรูปภาพ แสดง แผนการบริหารบุคคล



หมวดที่ 5 การปรับปรุงและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน
5.1 แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ
ประเด็นด้านการพัฒนา เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) หน่วยงานสนับสนุน

1. การบริหารจัดการองค์กร

เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ

1. แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100%
2. บุคลากรแต่ละฝ่ายได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน 100%
3. มีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างน้อย 3 ราย

1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ
2. รวบรวมข้อมูลขององค์กรเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและวางแผนองค์กรโดยปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
3. ทบทวนกฏระเบียบหรือข้อบังคับเป็นระยะในรอบปีหรือเป็นระยะเวลาตามความเหมาะสม
4. จัดอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละฝ่า

1. จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การควบคุมเครื่องจักรสีข้าว การควบคุมคุณภาพข้าวเปลือก เป็นต้น
2. สร้างจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้

- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม
- กรมพัฒนาชุมชน

2. การตลาด

เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

1. ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้
2. ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตได้ 80% เพื่อเข้าสู่ตลาด Green Product

1. ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
2. กำหนดแผนการขาย/แผนการตลาดในรอบปีหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม หาช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงและถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย

1.พัฒนาช่องทางกระจายสินค้าและบริการออนไลน์เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากร้านค้าปลีก
2. หาตลาดกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยเลือกส่วนตลาดเฉพาะ (Niche Market) เนื่องจากเป็นส่วนตลาดที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจหรือมองข้ามไป จะได้หลีกเลี่ยงการเจอคู่แข่งในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ

1. สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งและถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านสื่อโซเชียล ประชาสัมพันธ์คุณค่าผลงานของกลุ่ม
2. ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวด พร้อมทั้งใช้สื่อโซเซียลต่างๆ เพื่อโปรโมทและเป็นช่องทางกระจายสินค้า เป็นต้น

- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
- กรมการค้าภายใน
- สถาบันการศึกษา

3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต

มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล

1.มีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน
2.มีช่างเชี่ยวชาญเฉพาะที่สร้างสรรค์งานได้แตกต่างจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน

1. บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ
2. อบรม/ฝึกทักษะสมาชิกฝ่ายผลิตให้มีความชำนาญในการตัดเย็บและแปรรูปสินค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคุมคุณภาพสินค้าของงกลุ่มให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจนและเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ สร้างเกณฑ์ที่เหมาะสมในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์

1. พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน
2. จัดหางบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผลิต เนื่องจากขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยในกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน

1.พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพที่เป็น Clean label และเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่เป็นโรค เช่นอาหารพร้อมทานไร้กลูเตน อาหารพร้อมทานออร์แกนิค อาหารพร้อมทานมังสวิรัติ เป็นต้น
2. พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์จากเศษวัตถุดิบในกระบวนการผลิต
3. พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้าของแต่ละประเทศเป้าหมาย เช่น GMP
4. พัฒนาความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าจากชุมชนที่มีเรื่องเล่าจากความสามัคคีและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการสร้างรายได้ที่เกิดจากแนวทางการอนุรักษ์ท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม

- สถาบันการศึกษา
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

4. บัญชีและการเงิน

ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน

จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100%

1.ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
2.สรุปผลกำไร ขาดทุน ตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม
3.จัดทำกติกาการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก
4.จัดทำแผนระเบียบการใช้เงินเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหาร
5.จัดทำรายการทรัพย์สินหนี้สินที่องค์กรมี และที่ได้รับจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ หรือที่องค์กรจัดซื้อเอง

1. พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. นำระบบบัญชีที่ดีมาใช้ในองค์กร ต้องมีความรู้ในเรื่องต้นทุนและจุดคุ้มทุน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการผลิต ทำให้สามารถวางแผนควบคุมต้นทุน วางแผนการขาย และวางแผนกำไรได้เป็นอย่างดี

ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ

- สถาบันการศึกษา
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า




อ้างอิง
ธันยมัย เจียรกุล. (2557). ปัญหาและแนวทางการปรับตัวของ OTOP เพื่อพร้อมรับการเปิด AEC. วารสารนักบริหาร, 14(1), 177-191.

Brandinside. (2562). สรุป 10 เทรนด์ที่นักการตลาดควรรู้ในปีนี้ แต่มีอิทธิพลในปี 2018. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2562, จากเว็บไซต์ https://brandinside.asia/10-trends-digital-marketing-2018/