1.10 ประเภทของกิจการ เป็นกิจการประเภท Start up โอทอป/SME
1.11 ประเภทของผลิตภัณฑ์ เป็นประเภทของกิน ของใช้ คือ น้ำผึ้งบรรจุขวด
1.12 ประวัติกิจการ ก่อตั้งกลุ่มเมื่อปี พ.ศ.2557 การดำเนินงาน 6 ปี ที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากประธานกลุ่มเกิดความสนใจในการเลี้ยงผึ้งชันโรง โดยเริ่มจากมีญาติเลี้ยงผึ้งชันโรงที่ประเทศมาเลเซีย แล้วจึงศึกษาต่อทั้งงานวิจัยและข้อมูลสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งการลองผิดลองถูก ทำให้พบว่าน้ำผึ้งชันโรงมีสรรพคุณที่ดีกว่าน้ำผึ้งทั่วไป จากนั้นมาจึงได้ประกอบเป็นธุรกิจ โดยเริ่มแรกมีสมาชิกเป็นคนในชุมชนจำนวน 7 คน และดำเนินงาน มาเรื่อยๆ จนได้รับเลือกเป็นหนึ่งในโครงการโอทอปนวัตวิถี
1.1) ใช้วัตถุดิบในชุมชนทำให้ต้นทุนของวัตถุดิบไม่สูงสามารถกำหนดราคาที่เหมาะสม
1.2) คุณสมบัติของน้ำผึ้งชันโรงดีกว่าน้ำผึ้งโดยทั่วไป
13) เป็นวัตถุดิบ (ผึ้ง) ในท้องถิ่น
1.4) ผลิตภัณฑ์มีความเป็นธรรมชาติ สด ใหม่
1.5) เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ลูกค้าได้สัมผัสและดูดน้ำผึ้งได้เอง
1.6) มีกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงผึ้งจังหวัดนราธิวาสและใกล้เคียง ดังนั้น ไม่ขาดวัตถุดิบในการผลิต
1.7) มีความรู้และประสบการณ์จากการที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี
2.1) กลุ่มฯ ยังไม่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล หรือ อย.ไม่มีมาตรฐานรับรองคุณภาพ
2.2) ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกำลังการผลิต
2.3) ลูกค้ายังไม่รู้จักสรรพคุณน้ำผึ้งชันโรงมากนัก
3.1) กลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ เช่น หน่วยงานพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หน่วยงานวิทยาศาสตร์บริการ และวัฒนธรรมจังหวัด (ให้ความช่วยเหลือในด้านการสร้างโรงเรือน)
3.2) ปัจจุบันอยู่ในเทรนด์ของการรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงสามารถจำหน่ายได้ดี
3.3) ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ
3.4) ประเทศไทยได้รับมอบหมายในการจัด ทำ Road map ทางด้านการท่องเที่ยวและ การบิน อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
3.5) พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียน นิยมสินค้าของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่เน้นสุขภาพ การเลือกซื้อผู้บริโภคจะคำนึงถึงประโยชน์ของสินค้าต่อสุขภาพ มีความใส่ใจในเรื่องของคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP จึงต้องปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้า OTOP ประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย การแสดงฉลากเกี่ยวกับอายุของสินค้า การใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย
4.1) ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
4.2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมีแผนของตนเองขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ
4.3) แหล่งเงินทุนภายในประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการสินค้า OTOP
น้ำผึ้งชันโรง
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาขาย | |
| ขายปลีก (บ./ขวด) | ขายส่ง (บ./ขวด) | |
| 1.น้ำผึ้งชันโรงบรรจุขวดพลาสติก 180 กรัม | 350 | 270 |
| 2.น้ำผึ้งชันโรงขายเป็นกิโลกรัม | 1,300-1,500 บาท/กก. |
1,300-1,500 บาท/กก. |
1) จำหน่ายผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และ webpage สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
2) การออกงานประจำปี เป็นการแสดงผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มยอดจำหน่ายได้
3) ฝากจำหน่ายในร้านขายยาเจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพที่รู้จักสรรพคุณน้ำผึ้งชันโรง
4) ส่งออกให้ลูกค้ามาเลเซีย
1) แผนกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลุ่มฯ ได้พยายามจะพัฒนาสายของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากชันผึ้ง
2) พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายซองโรซ่า เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา
| สินค้า | จำนวน | คิดเป็นเงิน / บาท |
| เดือน | รายการต้นทุนกระเป๋าบุผ้า | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร | ยอดผลิตหรือจำนวนหน่วยขายต่อเดือน | ยอดจำหน่าย (รายเดือน) |
| มิ.ย.62 | รายการวัตถุดิบ (ต้นทุนผันแปร) รายการอุปกรณ์ (ต้นทุนคงที่) | 3,000 บ. ใช้งานได้ประมาณ 10 ปี (120เดือนx 20 กก. = 2,400 กก.) ดังนั้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย คือ 1.25 บ. (3,000 /2,400) |
4,700 บ. ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย คือ 235 บ. (4,700 /20) |
20 กก. ต่อเดือน ราคาขายต่อหน่วย คือ 1,000 บาท ได้กำไร 763.75 บ. |
20,000 บ. |
| ประเด็นด้านการพัฒนา | เป้าประสงค์ | ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ | แผนระยะสั้น (ปฏิบัติได้ทันที) | แผนระยะกลาง (ไม่เกิน 2 ปี) | แผนระยะยาว (ไม่เกิน 5 ปี) | หน่วยงานสนับสนุน |
1. การบริหารจัดการองค์กร |
เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการองค์กรและศักยภาพการประกอบธุรกิจ |
1. แนวทางการปฏิบัติตามโครงสร้างบริหารองค์กรชัดเจน 100% |
1. กำหนดเป้าหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ให้สมาชิกทุกคนรับทราบ |
1. จัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะในการทำงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การควบคุมเครื่องจักรสีข้าว การควบคุมคุณภาพข้าวเปลือก เป็นต้น |
- หาพันธมิตรเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น พันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการตลาด ศักยภาพด้านการขาย ศักยภาพด้านนวัตกรรม เป็นต้น โดยอาจขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเป็นผู้ประสานหรือจับคู่ธุรกิจให้ |
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม |
2. การตลาด |
เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
1. ฝ่ายการตลาดสามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างร้านค้าออนไลน์และรับคำสั่งซื้อได้ |
1. ศึกษาแนวโน้มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า |
1.พัฒนาช่องทางกระจายสินค้าและบริการออนไลน์เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากร้านค้าปลีก |
1. สร้างภาพลักษณ์ความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นเอเชีย ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ และเรื่องราวเฉพาะกลุ่มของตน เพื่อสร้างจุดแข็งและถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านสื่อโซเชียล ประชาสัมพันธ์คุณค่าผลงานของกลุ่ม |
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม |
3. การผลิตและงานสนับสนุนการผลิต |
มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐานที่เป็นสากล |
1.มีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เป็นนวัตกรรม และผ่านการรับรองมาตรฐาน |
1. บันทึกรายละเอียดในการจัดซื้อ/จัดหาวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิต แหล่งที่มา โดยจัดเก็บ บันทึกเหล่านั้นในระยะเวลาตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการผลิตครั้งต่อไป จัดทำแนวทางการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ตรงกับความต้องการ |
1. พัฒนาศักยภาพในการผลิตหรือสร้างผลิตภาพ (Productivity) เพื่อรองรับการสั่งซื้อคราวละมากๆ โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและมีกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และกลุ่มที่ผลิตสินค้าสนับสนุนในห่วงโซ่อุปทาน |
1.พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพที่เป็น Clean label และเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่เป็นโรค เช่นอาหารพร้อมทานไร้กลูเตน อาหารพร้อมทานออร์แกนิค อาหารพร้อมทานมังสวิรัติ เป็นต้น |
- สถาบันการศึกษา |
4. บัญชีและการเงิน |
ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐาน สามารถวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ,รายงานรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเป็นปัจจุบัน |
จัดการระบบบัญชีแบบมีมาตรฐาน ได้ 100% |
1.ทำบันทึกรายรับ/รายจ่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลการรับ-จ่ายที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ |
1. พัฒนาระบบการเงินและบัญชี ให้มีการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องในทุกปีเพื่อให้สามารถวางแผนและควบคุมการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
ทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐาน แสดงสถานะทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินในธุรกิจ จากการวางระบบบัญชีและการเงินที่ดี เพื่อช่วยในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ |
- สถาบันการศึกษา |