Login
ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง 1.1) การผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ใช้การผลิตด้วยมือ (Hand Made) โดยสินค้าแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัว 1.2) ความสามารถของสินค้า ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ซึ่งประยุกต์เป็นสินค้าต่างๆ ได้มากกว่า 30 รายการ 1.3) สินค้ามีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตของกลุ่มการผลิตในท้องถิ่นอื่นๆ เนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า 1.4) มีศูนย์จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ของตนเองซึ่งสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นชุมชนการผลิตที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์ 1.5) ที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้ด่านการค้าชายแดน
ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง 2.1) ขาดความชำนาญการทำตลาดเชิงรุก ผู้ประกอบการพึ่งพาการติดต่อสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการไม่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดเชิงรุก ขาดประสบการณ์การออกตลาดและไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลองผิดลองถูกได้เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่ 2.2) ขาดการสื่อสารกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านการสื่อสารทางการตลาดและการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ กิจกรรมงานแสดงสินค้าที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนไม่เหมาะสมและขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้จัดงานขาดความเข้าใจด้านการตลาดโดยเฉพาะเรื่อง Positioning และ Display 2.3) ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะ GEN M ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนบท 2.4) กำลังการผลิตมีความไม่แน่นอนเนื่องจากใช้แรงงานคนในการผลิตเป็นหลัก และอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการหากอยู่ในช่วงที่มียอดจำหน่ายสูงของปีทักษะในการผลิตขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผลิตในแต่ละคน ทำให้ชิ้นงานมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน
ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโต 3.1) ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ที่เป็นทั้งแหล่งการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียงทำให้สามารถขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้ง่ายและใกล้แหล่งผลิต 3.2) การส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตผ้าที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบร่วมสมัย และนำผลงานไปเผยแพร่ต่อในตลาดที่มีความต้องการสิ่งทอและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม 3.3) อยู่ในพื้นที่ยุทธศษสตร์ที่มีด่านการค้าชายแดนถึง 3 จุด ได้แก่ ด่านสุไหงโกลก อ.สุไหงโก-ลก , ด่านตากใบ (ท่าเรือ) อ.ตากใบ , ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง
ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า 4.1) แนวโน้มการชะลอตัวอันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศษรฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคต้องตัดค่าใช้จ่ายการบริโภคที่ไม่จำเป็น และกระแสความนิยมสินค้าราคาถูกโดยการเลือกใช้สินค้าทดแทนที่เป็นผ้าพิมพ์ลายซึ่งนำเข้าจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น 4.2) การแข่งขันภายในตลาดผ้าบาติกค่อนข้างมีคู่แข่งมาก โดยเฉพาะชุมชนที่ผลิตผ้าบาติกก็มีอยู่มากใน 12 จังหวัดและยังไม่รวมผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตในลักษณะอุตสาหกรรม 4.3) ระบบและกลไกการพัฒนางานออกแบบของหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนมีช่วงระยะเวลาสั้น ส่งผลกระทบต่อการทดลองการตลาด การนำผลความคิดเห็นกลับมาปรับปรุงพัฒนาต่อยอด เนื่องด้วยกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัมผัสความต้องการของตลาดที่แท้จริง 4.4) สินค้าที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายและเหมือนสินค้าจากผ้าบาติกโดยนวัตกรรมใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์ผ้าที่ถูกประยุกต์และปรับปรุงให้หลากหลายมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจที่มีต่อสินค้าจากผ้าบาติก 4.5) ปัญหาของสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีฝนตกชุกมากในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่งผลต่อกิจกรรมการผลิตผ้าบาติก ผ้ามีความชื้นไม่แห้งสนิท ใช้เวลาในกระบวนการผลิตนาน ผู้ประกอบการต้องวางแผนการรับออเดอร์จากลูกค้าให้เร็วขึ้นเพื่อมีงานส่งได้ทันก่อนฤดูฝนจะมาถึงและสิ้นสุดลง
ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
1.1) การผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ใช้การผลิตด้วยมือ (Hand Made) โดยสินค้าแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัว
1.2) ความสามารถของสินค้า ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ซึ่งประยุกต์เป็นสินค้าต่างๆ ได้มากกว่า 30 รายการ
1.3) สินค้ามีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตของกลุ่มการผลิตในท้องถิ่นอื่นๆ เนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
1.4) มีศูนย์จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ของตนเองซึ่งสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นชุมชนการผลิตที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์
1.5) ที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้ด่านการค้าชายแดน
6.2 W-WEAKNESS จุดอ่อน
ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
2.1) ขาดความชำนาญการทำตลาดเชิงรุก ผู้ประกอบการพึ่งพาการติดต่อสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการไม่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดเชิงรุก ขาดประสบการณ์การออกตลาดและไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลองผิดลองถูกได้เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่
2.2) ขาดการสื่อสารกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านการสื่อสารทางการตลาดและการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ กิจกรรมงานแสดงสินค้าที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนไม่เหมาะสมและขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้จัดงานขาดความเข้าใจด้านการตลาดโดยเฉพาะเรื่อง Positioning และ Display
2.3) ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะ GEN M ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนบท
2.4) กำลังการผลิตมีความไม่แน่นอนเนื่องจากใช้แรงงานคนในการผลิตเป็นหลัก และอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการหากอยู่ในช่วงที่มียอดจำหน่ายสูงของปีทักษะในการผลิตขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผลิตในแต่ละคน ทำให้ชิ้นงานมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน
6.3 O-OPPORTUNITY โอกาส
ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโต
3.1) ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ที่เป็นทั้งแหล่งการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียงทำให้สามารถขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้ง่ายและใกล้แหล่งผลิต
3.2) การส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตผ้าที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบร่วมสมัย และนำผลงานไปเผยแพร่ต่อในตลาดที่มีความต้องการสิ่งทอและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
3.3) อยู่ในพื้นที่ยุทธศษสตร์ที่มีด่านการค้าชายแดนถึง 3 จุด ได้แก่ ด่านสุไหงโกลก อ.สุไหงโก-ลก , ด่านตากใบ (ท่าเรือ) อ.ตากใบ , ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง
6.4 T-THREAT อุปสรรค
ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า
4.1) แนวโน้มการชะลอตัวอันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศษรฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคต้องตัดค่าใช้จ่ายการบริโภคที่ไม่จำเป็น และกระแสความนิยมสินค้าราคาถูกโดยการเลือกใช้สินค้าทดแทนที่เป็นผ้าพิมพ์ลายซึ่งนำเข้าจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น
4.2) การแข่งขันภายในตลาดผ้าบาติกค่อนข้างมีคู่แข่งมาก โดยเฉพาะชุมชนที่ผลิตผ้าบาติกก็มีอยู่มากใน 12 จังหวัดและยังไม่รวมผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตในลักษณะอุตสาหกรรม
4.3) ระบบและกลไกการพัฒนางานออกแบบของหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนมีช่วงระยะเวลาสั้น ส่งผลกระทบต่อการทดลองการตลาด การนำผลความคิดเห็นกลับมาปรับปรุงพัฒนาต่อยอด เนื่องด้วยกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัมผัสความต้องการของตลาดที่แท้จริง
4.4) สินค้าที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายและเหมือนสินค้าจากผ้าบาติกโดยนวัตกรรมใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์ผ้าที่ถูกประยุกต์และปรับปรุงให้หลากหลายมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจที่มีต่อสินค้าจากผ้าบาติก
4.5) ปัญหาของสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีฝนตกชุกมากในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่งผลต่อกิจกรรมการผลิตผ้าบาติก ผ้ามีความชื้นไม่แห้งสนิท ใช้เวลาในกระบวนการผลิตนาน ผู้ประกอบการต้องวางแผนการรับออเดอร์จากลูกค้าให้เร็วขึ้นเพื่อมีงานส่งได้ทันก่อนฤดูฝนจะมาถึงและสิ้นสุดลง